ความคืบหน้ากรณีหวยอลเวง 30 ล้าน ระหว่าง “ครูปรีชา” นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี กับ “ลุงจรูญ” ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ ที่ประชาชนเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวในทุกช่องทาง โดยอยากจะทราบข้อเท็จจริงว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ 30 ล้านบาทที่แท้จริง จนเรื่องนี้กลายเป็นมหากาพย์ และถูกยกให้เป็นวะระแห่งชาติไปแล้วนั้น
วันนี้ 11 ก.พ. 61 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชน และสังคม ทนายฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ ได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟสบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ว่า
“ยังมีผู้รู้หลายท่านครับ ที่ออกความเห็นเรื่องคดีอยากรวยทางลัดจากหวยคุณลุง ที่มีทั้งบอกว่าเมื่อตำรวจกล่าวหาแล้วคุณลุงก็ต้องไปหาทางแก้ตัวเอาเอง มีทั้งบอกว่าคุณลุงต้องไปหาคนขายให้ได้ ต้องบอกให้ได้ว่าไปซื้อจากใครมา ไม่งั้นตายแน่ๆ หลักฐานอ่อนเห็นๆ
ผมขอยืนยันด้วยหลักกฎหมายอีกครั้งว่า หน้าที่พิสูจน์ความผิดในคดีอาญาอยู่ที่ผู้กล่าวหาครับ แต่หากมีกฎหมายใหม่ที่เพิ่งบัญญัติขึ้นมาในช่วงที่ผมอยู่ต่างประเทศและผมตามไม่ทัน ก็ช่วยกรุณาชี้แนะผมด้วยครับ ผมในฐานะนักกฎหมายรุ่นหลังยินดีน้อมรับฟังครับ บางท่านวิเคราะห์ว่าผมเป็นทนายโง่ เผยไต๋ความลับของลูกความให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ ไม่มีคนฉลาดที่ไหนทำกันหรอก ผมขอขอบคุณมากครับที่ชี้แนะ
ผมเองไม่ใช่นักวิเคราะห์ครับ แต่ผมก็วิเคราะห์ด้วยความเชื่อของตัวเองโดยที่มั่นใจว่ามนุษย์ที่มีมันสมองคงจะคิดเหมือนๆผมว่า ครูเอาหวยใส่กระเป๋าเสื้อยังไงให้คนเห็นหมายเลขได้ เมื่ออ้างว่ามีคนเห็นหมายเลขก็แสดงว่าชุดนั้นต้องอยู่หน้าสุด หากก้มตัวลง หวยชุดนั้นก็ถูกทับอยู่ด้านล่าง แล้วท่านนักวิเคราะห์ลองใช้สมองอันชาญฉลาดตอบด้วยว่ามันจะหล่นได้อย่างไร และหล่นแค่ชุดเดียว ฝากให้ท่านไปลองทำเป็นการบ้านด้วยครับ เมื่อพิสูจน์ได้ว่ามันหล่นได้จริงก็กรุณามาแสดงออกรายการทีวีให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยครับ ผมและประชาชนจะคอยดูครับ นี่ผมยังไม่อยากจะวิเคราะห์ไปถึงคนเก็บหวยได้แล้วตะโกนออกมา
ไม่อยากจะวิเคราะห์ว่าเมื่อคุณลุงตะโกนกลางตลาดนัดแล้วมีคนเห็นแค่คนเดียว หันมามองคนเดียวเพราะความหมั่นไส้ คุณครูกับพวกก็พยายามอธิบายเหลือเกินว่าต้องแยกกันระหว่างความเชื่อกับความจริง ผู้รู้บอกว่าต้องเอาความจริง ไม่ควรเอาความเชื่อจากกระแสหรือการท้าไปสาบาน แต่ผมเองมองว่าสิ่งที่ผมกล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้นคือความจริงครับ ไม่ใช่ความเชื่อ ฝ่ายปั้นพยานต่างหากครับที่คิดว่าเมื่อปั้นพยานมาแล้วคิดว่าคนคงจะเชื่อ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็อย่างที่เห็นๆกันอยู่ ใครจะเชื่อครับในเมื่อมันไม่เนียนเลย

