หน้าแรก ในประเทศ สุดโหด! ตายาย...

สุดโหด! ตายายวัย 76-63ปี ถูกวางยาพิษในแท็งก์น้ำ คาดเพื่อนบ้านไม่พอใจไม่ให้ดื่มสุราหน้าบ้าน

11.02.18 | 19:10 น.

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 ร.ต.อ.รณชัย กาญจนภักดิ์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.สวี อ.สวี จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจาก นางสวรรค์ยา บริคช อายุ 35 ปี อาชีพทำสวนเกษตรว่า มีเหตุวางยาพิษในแท็งก์น้ำดื่มที่บ้านของตน จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.อำพร รักผะกา รอง ผกก.สภ.สวี รุดที่บ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวกลางสวนยางพารา พบนางสวรรค์ยา ก่อนนำเข้าไปตรวจสอบแท็งก์น้ำหลังบ้านจำนวน 3 แท็งก์

เมื่อปีนขึ้นไปดูแท็งก์น้ำอันกลางซึ่งต่อท่อประปาตรงเข้าไปในบ้านเพื่อใช้เป็นน้ำดื่ม พบน้ำในแท็งก์ที่รองรับจากน้ำฝนปกติต้องเป็นน้ำใส แต่กลับเป็นสีขุ่น และมีกลิ่นเหม็นคล้ายมีส่วนผสมของสารเคมีชนิดหนึ่งที่ใช้ฆ่าแมลงในสวนยางพารา จึงตักน้ำใส่ขวดพลาสติกนำส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐาน และเมื่อเจ้าหน้าที่นำน้ำมาลองดมกลิ่น ก็รู้สึกแสบจมูกทันที

นางสวรรค์ยา กล่าวว่า ตนเป็นบุตรสาวของนายสุวรรณ บริคช อายุ 76 ปี และ นางธิดา บริคช อายุ 63 ปี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 หลังจากพ่อกับแม่รับประทานอาหารมื้อเย็น ได้ใช้ขันรองน้ำจากน้ำในโอ่งที่ต่อท่อประปาจากแท็งก์น้ำหลังบ้านมาดื่ม จากนั้นประมาณ 5 นาทีก็มีอาการปวดแสบปวดร้อนตั้งแต่ปาก ลำคอ ลำไส้ และเริ่มหายใจติดขัด นางสวรรค์ยาจึงรีบนำตัวทั้งสองคนส่ง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ให้แพทย์ล้างท้องช่วยชีวิต และรอดูอาการ

ซึ่งแพทย์บอกว่าทั้งคู่ได้รับสารพิษประเภทยาฆ่าแมลงในปริมาณมาก นางสวรรค์ยาจึงกลับไปตรวจสอบในแท็งก์น้ำหลังบ้าน พบว่ามีสีขาวขุ่นและกลิ่นเหม็นคล้ายมียาฆ่าแมลงผสมอยู่ จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ่อและแม่ซึ่งมีอาการดีขึ้นได้เล่าว่าในช่วงเย็นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ได้ต่อว่าเพื่อนบ้านที่เป็นสามีภรรยาคู่หนึ่งที่มานั่งดื่มสุราหน้าบ้าน และขอให้ย้ายไปดื่มสุราที่อื่น ทำให้ทั้งสองคนแสดงอาการไม่พอใจ มองพ่อและแม่อย่างเคียดแค้น จนผ่านไปเพียง 1 วัน ก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าทั้งสองคนอาจนำยาฆ่าแมลงมาใส่แท็งก์น้ำ เพราะครอบครัวตนไม่เคยมีข้อขัดแย้งกับใครในหมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานและนำน้ำในแท็งก์น้ำดื่มไปตรวจสอบอย่างละเอียด และสอบปากคำ นางสวรรค์ยาและสามีอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนขออนุมัติหมายค้นเข้าไปค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ส่วนพ่อแม่ของนางสวรรค์ยายังคงรักษาตัวใน รพ.ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพราะแพทย์ต้องรอดูอาการว่า ยังสารพิษตกค้างที่ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของทั้งสองคนอีกหรือไม่ เพราะสารพิษดังกล่าวอยู่ในประเภททำลายเซลล์ต่างๆ ที่เป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อเนื้อเยื่อของมนุษย์ด้วย

Advertisement