สืบเนื่องจากกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งไปฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น หน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ถูกสั่งให้ปลอมเอกสารราชการ เพื่อโกงเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอดส์เป็นเงินกว่า 6.9 ล้านบาท ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนให้ติดตามกระบวนการตรวจสอบ กระทั่ง นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรม พส. กระทรวงพม. ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัย และล่าสุดก็มี ปปท.มาร่วมตรวจสอบด้วยนั้น
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม. เปิดเผยว่า ยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลเพื่อการตรวจสอบให้ปปท. หากประสานมา เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะช่วย พม.ตรวจสอบอีกทางหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกิดเหตุ พม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบ ซึ่งหลังสอบเบื้องต้น พบว่ามีมูลความผิด จึงได้สั่งให้ผู้อำนวยศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่อีก 3 คน ย้ายออกจากพื้นที่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ได้มีการสอบทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้องโดยให้รายงานผลภายในสิ้นเดือนนี้
รมว.พม.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ขยายผลตรวจสอบไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งอื่นทั่วประเทศ และศูนย์ในสังกัด พส.ซึ่งมีทั้งหมด 154 ศูนย์ด้วย ซึ่งได้รับรายงานจากอธิบดี พส.ว่า ขณะนี้ได้ส่งหนังสือกำชับให้ทุกศูนย์ฯดำเนินการในการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ป่วยเอดส์อย่างโปร่งใส รวมทั้งให้ พส.ออกมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกัน และเพิ่มความเข้มงวด ไม่ให้เกิดช่องว่างในทุจริต ทั้งนี้ สำหรับการเบิกจ่ายเงินดังกล่าว ที่ผ่านมาสำนักตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วน พส.ก็ได้ตรวจสอบมาตลอดเช่นกัน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ ทำให้ต้องตรวจสอบให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ตามที่ได้ย้ำไปตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งว่า การทำงานต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ หากพบ ตนเอาจริงเอาจังแน่นอน ผิดต้องลงโทษขั้นเด็ดขาด ฉะนั้นใครมีข้อมูลเกี่ยวกับทุจริตการเบิกจ่าย ขอให้แจ้งมาที่ตนโดยตรง หรือปลัดพม.ได้เลย
ถามว่ามีกระแสข่าวว่านักศึกษาที่มาร้องเรียนถูกเจ้าหน้าที่ พม.ข่มขู่ พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า ได้สั่งการให้ พส.ส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมและให้กำลังใจแล้ว หากรู้ว่าใครข่มขู่แจ้งมาที่ตนได้เลย
ด้าน นางนภา เศรษฐกร อธิบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่า วันนี้ได้มอบหมายให้ นางเกษรา ชัยเหลืองอุไร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมสวัสดิการสังคม พส. ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการสอบวินัยครั้งนี้ พร้อมทีมนิติกรลงพื้นที่ สืบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาฐานความผิดและการลงโทษ โดยให้รายงานผลภายใน 15 วันเพื่อเสนอ รมว.พม.และให้กำลังใจนักศึกษาที่ร้องเรียนด้วย ทั้งนี้ สำหรับขั้นตอนการเบิกจ่ายงบช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย ลำดับแรกจะมีนักสังคมสงเคราะห์ไปประเมินว่าใครเข้าเกณฑ์ จากนั้นจะตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงิน แล้วนำเงินใส่ซองมาจ่ายให้ชาวบ้าน ก่อนลงลายมือชื่อรับเงินในเอกสารเบิกจ่าย แล้วรวบรวมมาเสนอหัวหน้าศูนย์ฯ เพื่อตรวจสอบดูว่าตรงกับจำนวนเงินที่เบิกหรือไม่ แต่ต่อไปนี้จะชัดเจนมากขึ้น โดยเพิ่มมาตรการคือ ให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปขณะรับเงินโดยไม่ต้องใส่ซองขาว และถ่ายรูปตอนเซ็นต์รับเงินด้วย และให้ ผอ.ศูนย์ฯทำการสุ่มตรวจ ขณะเดียวกันส่วนกลางก็จะสุ่มตรวจหรือโทรสอบถามเคสด้วย
นางนภากล่าวขยายความรมว.พม.สั่งขยายตรวจสอบ 154 ศูนย์สังกัด พส.ว่า เบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่ พส.ทยอยตรวจสอบศูนย์ที่ได้รับงบประมาณดังกล่าวเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีประมาณ 33 ศูนย์ ส่วนที่เหลือจะทยอยตรวจสอบเช่นกัน ทั้งนี้ ยืนยันไม่ใช่การจับผิด แต่เพื่อความถูกต้องในการทำงาน

