ปืน’เปรมชัย’ยึดจากป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เพิ่งถึง’พิสูจน์หลักฐาน’เมื่อวาน

13.02.18 | 12:23 น.

จากกรณี นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นำกำลังจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ ผจก. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ขณะตั้งแคมป์ลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมของกลางซากเสือดำ ซากไก่ฟ้าหลังเทา ซากเก้ง ถูกชำแหละถลกหนัง รวมทั้ง ปืนไรเฟิล ปืนลูกซอง และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดี 9 ข้อหาหนัก ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักนายเปรมชัยในกรุงเทพฯ ยึดงาช้าง 2 คู่ ปืนพกสั้น 2 กระบอก ปืนยาว 41 กระบอก และเครื่องกระสุนจำนวนมาก จึงยึดไว้ตรวจสอบ พร้อมออกหมายเรียกนายนพดล พฤกษะวัน ที่ปรึกษาบริษัท อินตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคนประสานให้นายเปรมชัยกับพวกเข้าพื้นที่ มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน บก.ปทส. ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ขณะทีชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯได้ตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม หลังปรากฏคลิปเสียงสนทนาระบุว่านายเปรมชัย ยังมีบ้านที่อ.ภูเรือ จ.เลย ว่ากระทำผิดกฎหมายหรือไม่

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังรับวัตถุพยานคดีลักลอบล่าสัตว์ของนายเปรมชัย จากคณะพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) ว่า ในส่วนของวัตถุพยานที่ได้รับมาตรวจสอบ เช่น อาวุธปืนนั้น เพิ่งมาถึงตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลางเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้นำหลักฐานเข้าห้องปฏิบัติการ เพื่อเริ่มกระบวนการตรวจสอบทั้งเรื่องลายนิ้วมือแฝง สารพันธุ์กรรม (ดีเอ็นเอ) แล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าอาวุธปืนที่ยึดได้จากกลุ่มผู้ต้องหามีชื่อของนายเปรมชัย และบุคคลอื่นเป็นผู้ครอบครองนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนปืน ก่อนจะนำไปยืนยันกับกรมการปกครอง ถึงจะบอกได้ว่าปืนที่ยึดมาจำนวน 3 กระบอกนั้น มีชื่อบุคคลใดบ้าง

พล.ต.ต.ธวัชชัย เปิดเผยด้วยว่า สำหรับรถยนต์โตโยต้า แลนคูเซอร์ของนายเปรมชัยที่ถูกเจ้าหน้าที่ยึดไว้วันที่ถูกจับกุมตัว ตอนนี้ยังอยู่ที่พนักงานสอบสวน หากมีการส่งมาให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลางวันใด ก็จะดำเนินการตรวจสอบให้ตามความต้องการ ทั้งนี้ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง ยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบหลักฐานที่ได้มาโดยเร็วที่สุด ไม่ให้ล่าช้า เมื่อผลส่วนใดออกก็จะรีบรายงานไปยังพนักงานสอบสวนให้ทราบทันที