เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า สำหรับปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีแนวโน้มสูงขึ้น กทม.มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย จึงขอเตือนประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคปอด ผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองและหลีกเลี่ยงการอยู่ภายนอกอาคารเป็นเวลานาน อาทิ พื้นที่ถนนที่มีฝุ่นละอองหนาแน่น พื้นที่การจราจรติดขัด ฯลฯ หากกลุ่มเสี่ยนี้จำเป็นต้องออกนอกอาคาร แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย ส่วนข้อกังวลจากประชาชนว่าจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือไม่นั้น ไม่ต้องถึงขั้นนั้น เพราะหน้ากากอนามัยชนิดดังกล่าวเหมาะสำหรับใช้ในสถานพยาบาลหรือสถานที่อื่นใดที่สัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรง ส่วนหน้ากากอนามัยชนิดทั่วไปก็สามารถป้องกันผู้สวมใส่จากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 3 ไมครอนได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากกลุ่มเสี่ยงแล้ว แนะนำให้ประชาชนทั่วไปสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองเช่นกัน
เมื่อถามว่าสังคมออนไลน์ได้แชร์คลิปคลิปฝุ่นละอองพัดปลิวในแสงสปอตไลท์ บริเวณสวนลุมพินี จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก และมีข้อกังวลว่าฝุ่นละอองจะส่งผลอันตรายต่อสุขภาพผู้ออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะ นพ.ชวินทร์ กล่าวว่า หากสามารถมองเห็นฝุ่นละอองด้วยตาเปล่า แสดงว่าเป็นฝุ่นละอองขนาดใหญ่ หากประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงไม่ต้องกังวลว่าฝุ่นดังกล่าวจะส่งผลอันตรายต่อระบบหายใจ แต่ฝุ่นจะติดขนจมูก อาจจะรู้สึกอัดอัด มีอาการไอหรือจามได้ ดังนั้น อยากให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและให้งดออกกำลังกายบริเวณพื้นที่ทีมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ส่วนผู้ที่มีร่างกายไม่แข็งแรงยังไม่แนะนำให้ออกกำลังกายในช่วงนี้
“ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหาดังกล่าว กทม.โดยสำนักอนามัย ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องคือตรวจสอบวัดที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการและฌาปนสถานไม่ให้เกิดมลพิษ โดยสำนักอนามัยได้แนะนำวัดตามชานเมือง 7 แห่ง ซึ่งเตาเผาไม่ได้มาตรฐาน ให้เปลี่ยนเตาเผาและปฎิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานมลพิษอากาศจากการเผาศพ เพื่อแก้ไขแล้ว บางวัดยินดีเปลี่ยนเตาเผา แต่บางวัดไม่ขอเปลี่ยน เนื่องจากเตาเผาไม่ได้ใช้งานเป็นประจำจึงขอหยุดการเผา” นพ.ชวินทร์ กล่าว

