เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พร้อม พ.ต.ท.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส.สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.กิตติเชษฐ์ กิติสาร รอง สว.สส.สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ สุดจิตจูล รอง สว.สส.สน.ทองหล่อ และร.ต.อ.ชัยเฉลิม กันจากภัยรีย์ รอง สว.สส.สน.ทองหล่อ ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จับกุมนายเรืองเดช จันทมาศ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง พระหลวงปู่สรวง เลี่ยมทอง จำนวน 1 องค์ สร้อยคอทองคำ หนัก 50 สตางค์ จำนวน 1 เส้น รถยนต์ แท็กซี่ สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทว9767 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง เจ 7 สีทอง จำนวน 1 เครื่องกระเป๋าสะพายสีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ เสื้อเชิ้ตแขนยาว ลายสก๊อต สีฟ้า – ขาว จำนวน 1 ตัว กางเกงยีนส์ขายาว จำนวน 1 ตัว รองเท้าแตะ สีดำ จำนวน 1 คู่ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 89 ซอยตลาดศรีทองคำ 1 แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม.

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 04.00 น. ได้มีคนร้ายเป็นชายแต่งกายคล้ายคนขับรถแท็กซี่ เข้ามาทำการลักทรัพย์นายกิตติพันธ์ สัตยวิศิษฎ์ ในขณะเมาสุราเผลอหลับอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อกลางซอยสุขุมวิท 22 จนมีการโพสต์แชร์ในโลกออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย ต่อมาวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รวบรวมหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิด พบว่านายเรืองเดช เป็นผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ซึ่งพบว่ามีตำหนิรูปพรรณตรงกับคนร้ายที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิด จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพัก เมื่อเดินทางไปถึงพบนายเรืองเดช แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอทำการตรวจค้นภายในรถยนต์ดังกล่าว พบพระหลวงปู่สรวง เลี่ยมทอง จำนวน 1 องค์ ซุกซ่อนอยู่บริเวณที่วางของข้างที่นั่งคนขับรถแท็กซี่ และพบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง เจ 7 สีทอง ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีน้ำเงิน ซึ่งวางอยู่บนที่นอนภายในบ้านพัก ก่อนคุมตัวสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ
จากการสอบสวน นายเรืองเดช ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถแท็กซี่ตามปกติ เมื่อเห็นผู้เสียหายนอนเมาอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อจึงลงไปดู แล้วพบว่าที่คอผู้เสียหายมีสร้อยคอทองคำ พร้อมพระเครื่อง จึงทำทีนั่งลงข้างผู้เสียหายก่อนปลดสร้อยคอแล้วหลบหนีไป จากนั้นได้นำสร้อยคอทองคำไปขายที่ห้างทองแห่งหนึ่ง ย่านห้วยขวาง เพื่อนำเงินไปใช้หนี้พนัน

อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เมื่อทำการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่าเมื่อปี 47 ข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กานหรือจิตใจ พื้นที่สน.ดินแดง ปี 47 ข้อหา บุกรุกเข้าไปในเคหะสถาน พื้นที่ สน.ดินแดง ปี 49 ข้อหา เล่นพนันไฮโลว์ พื้นที่ สน.ห้วยขวาง ปี 56 ข้อหา ขับรถในขณะมึนเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น พื้นที่ สน.ทองหล่อ ปี 56 ข้อหา ครอบครองยาเสพติด พื้นที่ สน.ลาดพร้าว และเมื่อปี 57 ข้อหา ครอบครองยาเสพติด พื้นที่ สภ.เมืองพัทยา เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร”ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


