เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ครั้งที่ 2/2561 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณป้อมมหากาฬ โดยรัฐบาลต้องขอบคุณประชาชนที่คืนพื้นที่ให้รัฐบาลได้เข้าไปบริหารจัดการมรดกทางประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เนื่องด้วยประชาชนที่อยู่อาศัยได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตั้งแต่ชุมชนเดิมจนมาถึงชุมชนปัจจุบัน ร่องรอยของชุมชนทางประวัติศาสตร์ได้เลือนหายไปเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงมีความตั้งใจจริงที่จะบริหารจัดการให้มรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกลับมาคุณค่า เป็นโบราณสถานที่ถูกต้อง ไม่มีการกล่าวอ้างหรือบุกรุกอย่างที่แล้วมา
ร.ต.หญิง พรชนก กล่าวว่า โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างบริเวณป้อมมหากาฬในปัจจุบัน มีจำนวน 19 หลัง แยกเป็นจำนวน 18 หลังที่ได้มีการเจรจาอย่างถูกต้องและประชาชนรับทราบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในสถานะที่ถูกกฎหมาย และอีก 1 หลังที่มีลักษณะการบุกรุกซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาทำความเข้าใจ โดย 18 หลังแรก หลายรัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการเยียวยามาตลอด จนถึงรัฐบาลปัจจุบันที่มีความจริงจังจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 เป็นต้นมา ได้มีการรื้อถอนบ้านจำนวน 4 หลัง โดยรื้อถอนหลังที่ 5 คือบ้านเลขที่ 99 ไปเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
“รัฐบาลพยายามทำให้ชุมชนเดิมที่ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยหรือไม่มีคุณภาพชีวิตให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการเจรจาเช่าซื้อโครงการเอื้ออาทรนครชัยศรี ต.ท่าตำหนัก เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยถาวรแก่ชุมชน หรือหากประชาชนในชุมชนไม่สมัครใจในการย้ายพื้นที่ในการดำรงชีวิต รัฐบาลได้จัดที่พักอาศัยชั่วคราวบริเวณสำนักงานอาคารประปาแม้นศรี หลังจากนั้นจะทำการบูรณะส่วนที่เป็นป้อมมหากาฬทั้งหมดรวมถึงบริเวณชุมชนให้มีความเป็นระเบียบ” ร.ต.หญิง พรชนก กล่าว
ร.ต.หญิง พรชนก ยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการจัดการคุณภาพชีวิต รวมถึงการพัฒนาการคมนาคมทางน้ำให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นต้นน้ำของคลองแสนแสบ นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งเน้นที่จะพัฒนาทุกชุมชนทั้งด้านความสะอาด การศึกษา การอยู่อาศัยรวมถึงการขจัดปัญหายาเสพติด โดยชุมชนป้อมมหากาฬจะเป็นชุมชนต้นแบบแห่งความสำเร็จ ประชาชนที่ได้รับผลประโยชน์จะมิใช่เพียงประชาชนในพื้นที่ แต่เป็นประชาชนทั้งกรุงเทพมหานคร


