ทหาร ร่วม พอช. ดัน “บ้านมั่นคง” ปมป้อมมหากาฬ-ทอผ้า แนะชาวบ้านอย่าเครียด สิ่งดีๆกำลังเกิด

14.02.18 | 19:20 น.

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00 น. ที่สหกรณ์ ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้า เขตดุสิต กรุงเทพ กอ.รมน.กทม. ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดประชุมตัวแทนชาวบ้านชุมชนป้อมมหากาฬ ซึ่งย้ายจากชุมชนไปอาศัยที่บ้านอิ่มใจ และตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการภาครัฐ คือ ชุมชนทอผ้า เพื่อออกแบบการบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย และกำหนดแนวทางในการดำเนิินโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมีผู้ร่วมประชุมได้แก่ พล.ต.มนัส จันดี รองผอ.กอ.รมน.กทม., นายปิยเนตร เขตสมุทร ตัวแทนจากพอช., นายสิทธิพร ปานใจ ตัวแทนจากสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์ , พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง หัวหน้าฝ่ายข่าว กอ.รมน.กทม. และชาวบ้านราว 40 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มประชุม มีการแจกปากกาและกระดาษให้ชาวบ้าน โดยระบุว่าการประชุมครั้งนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องวิชาการและมีรายละเอียดจำนวนมาก จึงอยากให้มีการบันทึกข้อมูลเพื่อนำไปชี้แจงต่อกับชาวบ้านรายอื่นๆ

พ.อ.วิโรจน์กล่าวว่า วันนี้ตนมาเป็นเลขาการประชุมรู้สึกเห็นใจและเข้าใจชาวบ้าน ที่ต้องออกจากถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมที่อยู่มานานนับสิบปี โดยมีความเสียสละคืนพื้นที่ให้สาธารณะ

พล.ต.มนัส กล่าวว่า ขอให้ชาวบ้านอย่าเครียด วันนี้เป็นวันแรกของกระบวนการขับเคลื่อนบ้านมั่นคง เรื่องดีๆกำลังจะเกิดขึ้นขอให้อารมณ์อย่าขุ่นมัว ทำใจให้สบาย

“โครงการนี้อยู่ในสายตารัฐบาล ขอชาวบ้านอย่ากังวล หากติดขัดกอ.รมน.กทม.พร้อมช่วยเหลือ ผลักดันทุกเรื่อง แก้ไขอุปสรรคที่จะทำให้ล่าช้า เรื่องการเอาคนออกจากป้อมมหากาฬ ใหญ่กว่าเรื่องนี้มาก อยากให้ความมั่นใจแก่ชาวบ้าน”

Advertisement

นายปิยเนตร กล่าวว่า พอช.จะสามารถสนับสนุนงบประมาณให้องค์กรชุมชนเท่านั้น ชาวบ้านจึงต้องจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยต้องมีการทำข้อมูลในครัวเรือนของตัวเอง ว่า บ้านหนึ่งหลังมีกี่ครอบครัว รายได้รายจ่ายครอบครัว ซึ่งเกี่ยวพันกับความสามารถในการจ่าย ในการกู้เงิน นอกจากนี้ต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ ไม่ให้มีการ “ยัดไส้” อีกทั้งต้องมีคณะทำงาน มีการประสานเรื่องที่ดินให้ชัดเจน

“พอช. ไม่ได้ใช้สเตทเม้นต์ในการรับรอง เป็นการใช้สหกรณ์ในการไปกู้กับธนาคาร การออมจึงต้องมีสัจจะ นอกจากนี้ ชาวบ้านต้องมีเงินสมทบด้วย สำหรับงบสาธารณูปโภค ตอนนี้พอช. อุดหนุนครัวเรือนละ 45,000 บาทสำหรับทำถนน ไฟฟ้า ประปา อย่างไรก็ตามอยากฝากทหารช่วยชาวบ้านตรงนี้ ส่วนผังและรูปแบบอาคาร ต้องเตรียม โดยควรมีการพูดคุยกันเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่อยู่อย่างแออัด ขอสัญญาว่าทุกคนจะได้เห็นที่ดิน เห็นแบบบ้าน โดยทั้งหมดนี้สามารถทำได้อย่างเร็วที่สุดภายใน 3 เดือน กู้สูงสุด 3 แสน จ่ายเดือนละ 2,800 บาท” นายปิยเนตรกล่าว

นาย สมบูรณ์ พวงไชโย อายุ 73 ปี ชาวชุมชนป้อมมหากาฬ ซึ่งย้ายออกจากชุมชนเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2560 กล่าวว่า ตนยินดีให้กทม.รื้อบ้านเอง เนื่องจากรู้สึกมีสิ่งไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในชุมชน จึงตัดสินใจยอมรับข้อเสนอของภาครัฐ โดยให้รื้อบ้านแล้วนอนเต๊นท์ในบริเวณชุมชนราว 2 เดือน จากนั้นจึงย้ายไปอยู่บ้านอิ่มใจ บริเวณแยกแม้นศรี กับภรรยาและหลาน 4 คน

“ได้รับความช่วยเหลือจากทหาร เบื้องต้นก็พอใจ แต่ถ้าต้องออกจากบ้านอุ่นใจก็ยังไม่มีที่ไป อยากให้รัฐช่วยเหลือในแนวทางต่างๆ เช่น สมมติว่าเราออมทรัพย์ในสหกรณ์ได้ 30,000 บาท อนุญาตให้กู้ได้ 300,000 บาท โดยเงินออมยังอยู่ เป็นลักษณะของหลักประกัน” นายสมบูรณ์ กล่าว