นอ.ธาตุพนม นำทีมจนท.มอบเงิน ช่วยยายโดนฟ้องเรียกเก็บภาษี 11.8 ล. ยธ.เชื่อเป็นเหยื่อ

16.02.18 | 13:05 น.

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมนางอภิญญา ชมภูมาศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นครพนม นำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ไปดูแลมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ให้กับ นางนุ้ย พรมราช อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 6 บ้านนาทาม ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หลังได้รับความเดือดร้อน กรณีถูกกรมสรรพากรฟ้องร้องดำเนินคดี เรียกเก็บเงินภาษี รายได้นิติบุคคล เป็นวงเงินสูงถึง 11 ล้าน 8 แสนบาท ทั้งที่มีฐานะยากจน และไม่มีอาชีพ ทำงานแค่รับจ้างรายวัน มีรายได้ วันละ 100 -200 บาท จากการรับจ้างทั่วไป แต่เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ กับได้รับหมายศาล ถูก กรมสรรพากร เป็นโจทย์ ยื่นฟ้อง ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจ ของ บริษัท รุ่งรุจี ซัพพลาย จำกัด ซึ่งได้มีการจดทะเบียนเปิดบริษัทไว้ตั้งแต่ 24 ธันวาคม 2556 ทำให้นาง นุ้ย พรมราช ตกเป็นจำเลยที่ 2 ฐานความผิด เกี่ยวกับ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และละเมิด เนื่องจาก บริษัท รุ่งรุจี ซัพพลาย จำกัด สำนักงานที่ตั้งอยู่เลขที่ 15 หมู่ 1 ต.เขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก และอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสรรพากรพื้นที่นครนายก มีการเลี่ยงชำระภาษี หลังมีการแจ้ง แสดงบัญชีรายได้จากการประกอบกิจการ ระหว่างปี 2556 -2557 มีรายได้สูงกว่า 36 ล้านบาท ทำให้ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี เนื่องจากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต่อปี ตามกฎหมายจะต้องเสียภาษีนิติบุคคล แต่มีการเลี่ยงชำระภาษี ตามกฎหมาย จนกระทั่ง มีการแจ้งขอยกเลิกจดทะเบียนบริษัท เมื่อ 7 สิงหาคม 2557 ทำให้กรมสรรพากร มีการฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง ให้ชำระภาษี เป็นเงินสูงถึง 11 ล้าน 8 แสนบาท ซึ่งในเอกสารได้ระบุ วันนัดสืบพยาน ไกล่เกลี่ย วันที่ 23 เมษายน 2561 เจ้าตัวจึงได้ออกมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ เนื่องจาก เป็นคนมีฐานะยากจน ไม่มีธุรกิจส่วนตัว ทำงานรับจ้าง ยืนยันว่าถูกหลอกเอาเอกสารไปทำนิติกรรมแทน

ด้านยุติธรรมจังหวัดนครพนม ได้เร่งให้การช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีความ พร้อมเร่งรวบรวมเอกสารหลักฐาน สรุปคำให้การเพื่อยื่นต่อศาลพิจารณาต่อไป หลังตรวจสอบเชื่อว่า นางนุ้ย พรมราช ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการทำการเปิดบริษัท ประกอบธุรกิจ อีกทั้งสภาพความเป็นอยู่ยังมีฐานะยากจน มีรายได้น้อย และยังมีภาระหนี้สินอีกจำนวนมาก โดยในการต่อสู้คดีทางยุติธรรมจังหวัดจะใช้เงินจากกองทุนยุติธรรมดูแลช่วยเหลือในการต่อสู้คดี เพื่อให้พ้นจากความผิด และจะมีการพิจารณาตรวจสอบหาทางเอาผิดกับบุคคลเกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ในการดูแลช่วยเหลือเกี่ยวกับความเป็นอยู่ ทางด้าน สำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นครพนม ได้มีการมอบเงินเป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 2,000 บาท และได้ช่วยเหลือรับอุปการะเลี้ยงดู หลานชาย วัย 10 ขวบ ที่นำมาเลี้ยง เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน จึงได้มีการรับดูแลในเรื่องค่าเล่าเรียน เดือนละ 2,000 บาท เป็นการแบ่งเบาภาระ แก้ปัญหาความเดือดร้อน

ด้าน นางอภิญญา ชมภูมาศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นครพนม กล่าวว่า ในส่วนของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นครพนม ได้มีการตรวจสอบช่วยเหลือคุณยายตามอำนาจหน้าที่ นอกเหนือจากหน่วยงานยุติธรรมจังหวัดที่ดูแลเรื่องการต่อสู้คดี ทั้งนี้ได้พิจารณามอบเงินให้คุณยาย เบื้องต้น 2,000 บาท ซึ่งตามหลักเกณฑ์ ในส่วนของคุณยายนุ้ย จะสามารถช่วยเหลือได้ ปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ เพราะยังไม่เข้าเกณฑ์คนชรา อายุ 57 ปี ยังไม่ถึง 60 ปี แต่ส่วนหนึ่งทราบว่า มีหลานชาย อายุ 10 ขวบ ที่ต้องดูแล จึงได้รับไว้ในอุปการคุณ ดูแลช่วยค่าใช้จ่าย เดือนละ 2,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายทุนการศึกษา อย่างไรก็ตามจะได้คอยดูแล สภาพความเป็นอยู่ และช่วยเหลือต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นผู้มีรายได้น้อย และประสบปัญหาทางสังคม