ส่งมอบแชตไลน์-คลิป’จนท.ดีเอสไอ’ข่มขืนแบล็คเมล์’นักธุรกิจอสังหาฯ’ ปูด’พงส.พัทยา’สั่งไม่ฟ้องข้อหากักขัง

16.02.18 | 15:09 น.

จากกรณีนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สาวพร้อมทนายความเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)เพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังถูก ข้าราชการ ซี 9 สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ยศพ.ต.ต. ใช้อาวุธปืนบังคับข่มขืนและถ่ายคลิปไว้แบล็คเมล์ เรียกเงิน 2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ญาติผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังหลานสาวให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนบก.ป. พร้อมมอบหลักฐานที่เป็นทั้งข้อความแชตผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ในลักษณะที่นัดเจอและข่มขู่ รูปถ่ายที่ฝ่ายตรงข้ามนำไปแบล็กเมล์แล้ว ทราบว่าพนักงานสอบสวนจะเรียกคู่กรณีมาให้ปากคำหลังจากนี้ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นวันใด

นายเอ กล่าวว่า ครอบครัวยืนยันว่าเรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นจริง มีการข่มขู่ และบังคับขืนใจจริง และที่ผ่านมาหลานสาวเครียด และเกรงกลัวมาก เพราะคู่กรณีมีอำนาจและเป็นที่รู้จัก ทั้งยังถูกตามก่อกวน รังควาน กระทั่งล่าสุดมีการร้องศาลเพื่อดำเนินคดีกับหลานสาวตนในคดีชู้สาวทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าหลานสาวมีความผิดจริง เนื่องจากคู่กรณีได้นำหลักฐานที่เป็นภาพจากกล้องมือถือที่บังคับให้หลานสาวถ่ายคู่ด้วย ประกอบกับหลักฐานในที่เกิดเหตุอื่นๆที่ได้มาโดยมิชอบไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่พิจารณา หลังจากนี้ตนกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานยื่นต่อศาลในชั้นฎีกาเพิ่มเติม

นายเอ กล่าวอีกว่า ตอนนี้รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก หลังเมื่อวาน(15ก.พ.)ทางดีเอสไอออกมายืนยันว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงยุติธรรม และมีการตั้งคณะกรรมสืบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว แสดงให้เห็นว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก หวังว่าทางบก.ป.จะสามารถช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมให้ครอบครัวได้

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณีไว้ที่สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับขู่เข็ญข่มขืนใจ โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนทำสำนวนสรุปสั่งไม่ฟ้องส่งให้อัยการศาลจังหวัดพัทยาแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ

Advertisement

ขณะที่พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์ สว.กก. 1 บก.ป. ผู้รับผิดชอบติดตามคดีดังกล่าว ว่าจะสรุปเรื่องราวที่ผู้เสียหายมาแจ้งความทั้งหมด แล้วส่งให้พนักงานสอบสวน กก. 2 บก.ป. รับผิดชอบในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ดำเนินการต่อไป