ความคืบหน้ากรณีหวยอลเวง 30 ล้าน ระหว่าง “ครูปรีชา” นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี กับ “ลุงจรูญ” ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ ที่ประชาชนเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวในทุกช่องทาง โดยอยากจะทราบข้อเท็จจริงว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ 30 ล้านบาทที่แท้จริง จนเรื่องนี้กลายเป็นมหากาพย์ และถูกยกให้เป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว และในที่สุดเมื่อ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ลงมาทำคดีนี้เอง ทำให้คดีนี้ใกล้ถึงตอนจบแล้วนั้น
วันนี้ 14 ก.พ. 61 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชน และสังคม ทนายฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ ได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ว่า
“พยานเด็ดที่มั่นอกมั่นใจยืนยันว่า เห็นคุณลุงก้มเก็บหวยแล้วตะโกนกลางตลาดนัด ถึงเวลานี้เจ้าตัวรีบชิ่งหนีเรียบร้อยแล้วครับ จะเป็นเพราะอะไรเจ้าตัวคงรู้ตัวดี ป้าบ้าบิ่นยอมรับว่าเสียงในคลิปเป็นเสียงตัวเอง ในบทสนทนาเป็นที่ชัดเจนว่าเลข 533726 นั้นครูไม่ได้ซื้อแน่นอน แต่ป้าขอยืนยันในคำให้การเดิมที่เคยให้การไปแล้วว่าเลขนี้ขายให้ครูจริง ป้าให้การสับสน ขัดแย้งกับตัวป้าเอง ป้าคงไม่เข้าใจอะไรมาก เพียงแต่ทำและพูดตามที่เขาบอกเท่านั้น ป้าก็ต้องไปต่อสู้กับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป จะแพ้หรือชนะไม่ขอเดาครับ ผบช.ก.ท่านทำตามตัวบทกฎหมายชัดเจนครับ ที่ให้ผู้กล่าวหาคือครูต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจจนปราศจากข้อสงสัย หน้าที่ของครูและพยานต้องพิสูจน์ในตอนนี้เลยครับ ต้องทำในขณะที่คุณไปกล่าวหาเขา
อย่าใช้ลีลาแบบผู้รู้กฎหมายบางคนที่พยายามจะแถ แนะให้เอาหลักฐานไปยื่นที่ศาลลูกเดียว ก็ตอนนี้คุณไม่มีหลักฐานอะไรให้พนักงานสอบสวน ไม่มีให้พนักงานอัยการ แต่อยากได้เงิน 30 ล้าน มันไม่ง่ายไปหรือครับ หลักฐานไลน์สั่งซื้อหวย หรือคลิปเห็นคนเก็บหวย อยู่ไหนครับ อย่าลีลาเลยครับว่าอยู่ที่ตำรวจบ้าง มีแล้วในสำนวนบ้าง จะเอาไปยื่นแสดงต่อศาลบ้าง มันแค่ลีลาการพูดให้ตัวเองดูดีเท่านั้น ซึ่งผมขอฟันธงเลยว่าที่ครูและตำรวจชุดสอบสวนอ้างนั้นไม่มีแน่นอนครับ เพราะถ้ามีเขาคงไม่ปั้นพยานมามากขนาดนี้ เพราะคลิปภาพเพียงคลิปเดียว มีน้ำหนักมากกว่าพยานบุคคลเป็นร้อยๆ ปาก ให้รีบเปิดมาเลยครับอย่าลีลามาก
ผมเห็นด้วยกับคุณอัจฉริยะ ที่จะขอตรวจสอบการขอกำลังคุ้มกันของครูปรีชา เพราะการใช้รถ ใช้น้ำมันของหลวงนั้นมันคือเงินภาษีของพวกเราทุกคนครับ วันนั้นมีตำรวจนอกเครื่องแบบพาครูออกจากโรงเรียน ผมเองคิดว่าน่าจะพากันไปตกลงเรื่องคำให้การมากกว่าที่จะเป็นการคุ้มกันครับ ครูมีเหตุอะไรที่ต้องให้ตำรวจมาคุ้มกัน เพราะครูเป็นพวกใครคนทั้งจังหวัดก็รู้ วันต่อมาก็เห็นครูยืนรดน้ำต้นไม้แบบสบายๆ คนเดียวในบ้าน แล้วจะเสียงบประมาณไปคุ้มกันด้วยเหตุอะไร เรื่องนี้หน่วยที่รับผิดชอบต้องอธิบายครับ”

