เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมชั้น 6 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรงเทพฯ นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวในการจัดแถลงข่าวชี้แจงกรณีข่าวทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น ว่า หลังจาก พส.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว แล้วพบว่ามีมูลจริง จึงสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 4 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์ฯ หัวหน้าฝ่ายจัดสวัสดิการสังคม และเจ้าหน้าที่ 2 ราย ซึ่งจะทราบผลเบื้องต้นภายใน 15 วัน และต้องดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วัน ขณะเดียวกันพส.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะสอบเชิงลึกที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมูลค่าความเสียหาย
นางนภากล่าวอีกว่า ส่วนกรณีป.ป.ท.พบความไม่ชอบมาพากลของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดเชียงใหม่อีกแห่ง ตนได้แต่งตั้งรองอธิบดีพส.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยกำชับให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ขณะเดียวกันวันนี้ทราบว่า ป.ป.ท.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ฯจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเท่าที่ประสานเบื้องต้น ยังไม่พบรายงานการทุจริต อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้น พส.ได้ตั้งคณะทำงานอีกกว่า 10 ทีม ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั้งหมด โดยที่เร่งด่วนคือ 6 ศูนย์ที่ได้รับงบประมาณเกิน 5 ล้านบาทต่อปี ประกอบด้วย เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทลุง สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และยะลา
นอกจากนี้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม. ได้มีข้อสั่งการให้ผู้ตรวจราชการพม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสาน ป.ป.ช. ป.ป.ท. สตง.เข้าร่วมตรวจสอบ หากพบมูลความผิด ให้เร่งดำเนินการตามระเบียบราชการ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์มีช่องโหว่ทำให้เกิดการทุจริตหรือไม่ นางนภากล่าวว่า กระบวนการเบิกจ่ายมีมาตรการและมาตรฐานชัดเจน ซึ่งเมื่อเกิดเคสหรือมีใครแจ้งความความเดือดร้อนเข้ามา ก็จะมีเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ ลงไปประเมินสถานะปัญหาความต้องการ จากนั้นนำกลับมาวิเคราะห์ประเมินการช่วยเหลือ ซึ่งมีวงเงินไม่เกินรายละ 3,000 บาท ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี โดยขออนุมัติเบิกจ่ายจากผู้อำนวยการศูนย์ฯ ซึ่งการจ่ายเงินจะมีพยานรับทราบตอนรับและเซ็นรับ ขณะเดียวกันศูนย์ฯจะต้องมีตรวจสอบภายหลังอีกครั้ง ขณะที่ส่วนกลางจะมีการสุ่มตรวจอีกเช่นกัน ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ศูนย์ฯจังหวัดขอนแก่น เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งเท่าที่ทราบผอ.คนดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งมาปีเศษ ส่วนจะมีการสอบผลย้อนหลังหรือไม่ ขณะนี้ขอเร่งให้ได้ข้อสรุปตามข้อร้องเรียนที่เป็นการเบิกจ่ายงบประมาณของปี 2560 ก่อน จากนั้นจะดูข้อมูลว่ามีการเชื่อมโยงความผิดไปถึงปีงบประมาณก่อนหน้าหรือไม่
ส่วนข้อสงสัยว่าทำไมแต่ละศูนย์ฯถึงได้งบไม่เท่ากันนั้น เพราะจะพิจารณาจากจำนวน อบต. จำนวนประชากรในจังหวัด เส้นความยากจน สภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นในจังหวัด ซึ่งศูนย์แต่ละแห่งก็จะทำเรื่องของบประมาณมาก่อน ในกรณีที่บางแห่งมีความต้องการมากกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ ก็สามารถส่งเรื่องของบเพิ่มมายังส่วนกลาง แต่หากงบเหลือก็จะเกลี่ยไปยังพื้นที่ที่เดือดร้อน
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีภาคประชาสังคมเรียกร้องให้อธิบดีพส. รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น นางนภา กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งอธิบดีพส. โดยช่วงนั้นตนเป็นรองปลัดกระทรวงพม. ดังนั้นตนก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แต่ในปีต่อไปจะต้องทำงานให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อปิดความเสี่ยงที่จะเกิด และเดินหน้าการทำงานให้เข้มงวดมากขึ้น
เมื่อถามว่า มีสำนักงานการตรวจเงินแผ่น (สตง.) ส่งหนังสือในกรณีดังกล่าวมาตั้งแต่กลางปี 2560 นางนภา กล่าวว่า ขณะนั้นตนยังเป็นรองปลัดกระทรวง แต่ผู้บริหารที่ผ่านมาไม่ได้นิ่งเฉย เพราะปลัดกระทรวงคนเก่าได้สั่งให้รองปลัดกระทรวงในขณะนั้นท่านหนึ่งเป็นคนตรวจสอบ ซึ่งเอกสารนั้นมีจำนวนมากแต่ก็สามารถตรวจสอบได้ระดับหนึ่งและได้ส่งมาให้พส. ช่วงที่ตนมารับตำแหน่งแล้ว ทั้งนี้ในฐานะอธิบดีพส. ตนไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ ดังนั้นต้องสอบให้ได้ผลที่ชัดเจนเพื่อลงโทษคนทำความผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นสตง.ได้มีหนังสือด่วนลับมากที่ตผ.0039/643 ลงวันที่30 มิ.ย. 60 แจ้งเรื่องการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ประจำปีงบประมาณพ.ศ.2560 ต่อรมว.พม.จากนั้น สป.พม.มีหนังสือลับมากที่พม.0202/1318ลงวันที่ 30ต.ค.2560 ส่งเรื่องให้พส.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และให้รายงานรมว.พม.และ สตง.ทราบ ทั้งนี้หนังสือที่สตง.ส่งมาเป็นช่วงที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ดำรงตำแหน่งเป็นรมว.พม.โดยมีนายไมตรี อินทุสุต เป็นปลัดพม.และนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ เป็นอธิบดีพส. ก่อนที่นายไมตรีจะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.60 และแต่งตั้งนายพุฒิพัฒน์ เป็นปลัดพม.และนางนภาเป็นอธิบดีพส.ในขณะนี้
ด้านนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนทราบว่า เมื่อมีนักศึกษาร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวนี้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบเข้มทุกศูนย์ทั่วประเทศ และขณะนี้เรื่องเดินหน้าอยู่ตลอด รวมถึงมีความเชื่อมั่นในกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ และไม่เชื่อว่าจะเกิดมวยล้มขึ้นในเรื่องดังกล่าวนี้แน่นอน รับรองว่าคนที่ทำความผิดรอดยาก ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล เพราะเรื่องนี้สามารถจัดการได้ง่ายกว่าคดียิงเสือในป่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดไม่ใช่คนมีอิทธิพล
เมื่อถามว่าจะต้องมีการรื้อระบบการการจ่ายสงเคราะห์หรือไม่ นายวัลลภ กล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น กระทรวงพม.จะต้องมีการสั่งรื้อและตรวจสอบระบบทั้งหมดอยู่แล้ว และที่ตนทราบคือ รมว.พม. ได้สั่งการให้ดูระบบทั้งหมดไม่ใช่เพียงการจ่ายเงินช่วยเหลือคนจน แต่ครอบคลุมไปทุกส่วนใน ทั้งนี้หลายคนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทำลายภาพลักษณ์กระทรวงสายบุญไปพอสมควร ถ้าอยากกู้ภาพลักษณ์กลับคืนมานั้นขอแนะนำว่า พล.อ.อนันตพร จะต้องกวาดล้างคนทุจริตให้สะอาด และวางระบบให้ถูกต้องสามารถตรวจสอบ และปกครองได้ และส่งเสริมเจ้าหน้าที่ของกระทรวงที่ทำงานดี เพราะเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่ส่วนที่ทุจริตก็ให้ดำเนินการไป

