จากกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), เจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) นำกำลังซ้อนแผนจับกุมตัว ร.ต.อ.กิตติกานต์ ยาลังกา อายุ 54 ปี ตำแหน่งรองสารวัตร (สอบสวน) สภ.วังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ช่วยราชการ สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้รับการร้องเรียนว่า นายตำรวจคนนี้ได้เรียกรับสินบนในการทำสำนวนคดีลักทรัพย์ จนทำให้มีผู้ร้องเรียนไปยัง ป.ป.ท. จนเกิดการวางแผนเข้าจับกุมตัวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า การกระทำครั้งนี้ของนายตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ถือว่าเป็นการกระทำที่สวนกระแสนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ที่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งที่ผ่านมา ทางตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับชั้น ให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระเบียบวินัย ในเรื่องการทุจริตว่าอย่าให้มี

“ที่ผ่านมา จ.ลำปาง ไม่เคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ และเมื่อเจอกรณีที่เกิดขึ้น พอมาเจอรายนี้ มีความรู้สึกรับไม่ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉะนั้น ผิดก็ว่าไปตามผิด ก็ให้ดำเนินการตามระเบียบไปทุกอย่างของกฎหมาย และระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจ และการกระทำความผิดครั้งนี้ถือว่าได้สร้างความเสียหายต่อองค์ตำรวจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม อยากที่จะฝากถึงข้าราชการตำรวจใน จ.ลำปาง ว่า อย่าทำสิ่งใดที่จะให้บ้านเมือง และภาพลักษณ์ของข้าราชการตำรวจเสียหาย เสื่อมเสีย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น และทาง พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับทราบเหตุการณ์ต่างๆ ในการจับกุมนายตำรวจคนนี้ ทำให้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เกิดความไม่พอใจอย่างมาก ที่นายตำรวจคนนี้ได้สร้างความเสื่อมเสียแก่วงการตำรวจและถึงขั้นกับบอกว่า เป็นตำรวจเลว ก็ต้องดำเนินการไปตามระเบียบ และกฎหมายไป โดยไม่มีการละเว้น ซึ่งในวันนี้ (16 ก.พ.) ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้มีการลงนามในคำสั่งที่ 165/2561 ให้นายตำรวจคนนี้ออกจากราชการไว้ก่อน
ส่วนการดำเนินคดีทางอาญานั้น ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานสอบสวน เรียกรับ ยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการกระทำนั้นจะชอบ หรือมิชอบด้วยหน้าที่ ทั้งนี้ หากทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย โทษทางวินัยข้าราชการตำรวจ ก็คือ ไล่ออกจากราชการ

