พส.เตรียมตั้งคกก.สอบวินัยร้ายแรงผอ.ศูนย์ฯเชียงใหม่อมเงินคนจน ชี้เงินที่ถูกโกงไปแล้ว ไม่เยียวยาย้อนหลัง

17.02.18 | 17:24 น.
นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพส. (แฟ้มภาพ)

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ภายหลัง พส.ได้ตั้งคณะทำงานกว่า 10 ทีมไปตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 154 ศูนย์ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม. ได้มอบให้ผู้ตรวจราชการพม. ช่วยตรวจสอบด้วย โดยกำชับให้ได้ผลการตรวจสอบภายในเดือนกุมภาพันธ์นั้น ขณะนี้คณะทำงานยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ แต่มีที่พบมูลความผิดชัดเจนแล้วคือ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น และเชียงใหม่ ซึ่งพบความผิดในการทำเอกสารไม่ถูกต้อง และผู้ขอรับความช่วยเหลือไม่ได้เงินตามที่อนุมัติ ซึ่งได้ย้ายผู้บริหารทั้ง 2 หน่วยออกนอกพื้นที่แล้ว ในส่วนผอ.ศูนย์ฯขอนแก่น ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงไปแล้ว ส่วนผอ.ศูนย์ฯเชียงใหม่คาดว่าจะตั้งสอบวินัยอย่างร้ายแรงในสัปดาห์หน้าเช่นกัน

ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าบางศูนย์ฯได้ตรวจสอบแล้ว ไม่พบการทุจริต แต่ยังไม่ชัดเจนว่าที่ไหน ซึ่งคาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะทยอยทราบผล อย่างไรก็ตาม พส.ยินดีที่จะประสานข้อมูลให้ ป.ป.ท.ที่มาร่วมตรวจสอบคู่ขนานกันไป

นางนภากล่าวอีกว่า คงไม่มีการเยียวยาหรือช่วยเหลือ กลุ่มผู้รายได้น้อย กลุ่มผู้ป่วยโรคเอดส์ ที่ตกเป็นผู้เสียหายไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ย้อนหลัง แต่เราจะเดินหน้าช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลว่าเขามีปัญหาอุปสรรค และความต้องการอย่างไรบ้าง จากนั้นจะดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบของพส. ต่อไป

ถามว่าที่เกิดปัญหาการทุจริตได้ เพราะ พส.กระจายอำนาจให้ ผอ.ศูนย์ฯมากไป จนขาดกระบวนการกลั่นกรองหรือไม่ นางนภากล่าวว่า เงินสงเคราะห์เป็นเงินเร่งด่วน ในการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน เวลามีเคสในพื้นที่ ไม่ว่าจะเจ็บป่วยต้องรีบเข้ารับการรักษา หากจะมารอขอเบิกงบจากส่วนกลางคงช้าไป เราจึงคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ส่วนปัญหาทุจริตที่มี เพราะคนไม่ทำตามระเบียบราชการเท่านั้นเอง แต่ทั้งนี้ จากนี้ก็จะมีมาตรการที่รัดกุม ตามข้อกำชับของ รมว.พม.ที่ขอให้ปิดช่องโหว่ ด้วยการให้ถ่ายรูปภาพตอนรับส่งเงิน โดยคลี่เงินออกมาให้เห็นชัดเจน และต่อไปเวลาเบิกจ่ายรูปถ่ายเป็นหลักฐาน รวมถึงเบอร์โทรติดต่อผู้ขอรับความช่วยเหลือ ประจักษ์พยานหลักฐานที่อยู่ตอนมอบเงิน ตลอดจนการสุ่มตรวจภายหลังรับมอบเงินเป็นเวลา 1 เดือน