ความคืบหน้ากรณี พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อสืบสวนคลี่คลายคดีโต้แย้งกรรมสิทธิ์ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เงินรางวัล 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ กับนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. กล่าวว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังรวบรวมรายละเอียดที่ได้มาทั้งหมดตั้งแต่การลงพื้นที่จำลองเหตุการณ์ การสอบสวนพยานทั้งตำรวจและพยานฝั่งนายปรีชาเพิ่มเติม รวมทั้งพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์ โดยในเวลา 14.00 น. วันพรุ่งนี้ (19 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. จะเดินทางมาเป็นประธานในการประชุมที่กองปราบปราม คาดว่าจะมีความคืบหน้าชัดเจนมากขึ้น แต่จะถึงขั้นว่าจะสรุปได้เลยหรือไม่ว่าลอตเตอรี่ดังกล่าวเป็นของใครนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่จะนำมาหารือกันในการประชุม
พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวต่อว่า จนถึงขณะนี้ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ไปข่มขู่หรือคุกคามให้ใครรับสารภาพ เป็นการทำคดีอย่างตรงไปตรงมา เพราะตำรวจสอบสวนกลางมาจากส่วนกลางมีความเป็นมืออาชีพ การที่ต้องสอบปากคำโดยใช้เวลากว่าสิบชั่วโมง เพราะไม่อยากเรียกพยานมาสอบบ่อยๆ จึงต้องสอบให้ครบถ้วนทุกประเด็นไม่ขาดตกบกพร่อง โดยการสอบสวนมีทนายความของพยานอยู่ด้วยตลอดเวลา ส่วนกรณีที่มีพยานบางรายเข้าใจว่ามีการส่งตำรวจไปเฝ้าดูหรือด้อมๆ มองๆ นั้น ขอยืนยันว่าเราไม่ทำอย่างอ้อมค้อมทุกอย่างต้องโปร่งใส ที่ผ่านมาไม่เคยส่งใครไปจับตาดูผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี เป็นไปได้ที่พยานหรือผู้เกี่ยวข้องบางคนอาจจะกังวลเลยเกิดอาการคิดหรือมโนไปเอง จนถึงขณะนี้ตำรวจยังคงยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อให้คดีนี้เกิดความยุติธรรมที่สุด ส่วนเรื่องที่มีตำรวจภาค 7 รุ่นเดียวกันเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วจะมีการช่วยเหลือกันนั้น ตนไม่หนักใจถึงแม้จะเป็นเพื่อนกันเป็นนายร้อยตำรวจรุ่นเดียวกันก็ตาม ตนสามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานได้
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมที่จะมีขึ้นนั้นจะมีการหารือถึงแนวทางการสรุปคดีเพื่อระบุให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของสลากที่แท้จริง หลังจากนั้นจะพิจารณาหารือว่าใครที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายที่จะต้องถูกดำเนินคดีบ้าง ซึ่งคณะทำงานจะพิจารณาจากเจตนาของผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องมากที่สุด โดยเบื้องต้นพบแล้วว่ามีผู้กระทำความผิดมากกว่า 2 คน ส่วนข้อหาอาจจะแตกต่างกันไปบ้างขึ้นอยู่กับพฤติกรรมในการกระทำความผิด แต่ทั้งนี้ความผิดส่วนใหญ่ที่พบจะอยู่บนฐานความผิดเกี่ยวกับการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญาเป็นหลัก
ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยให้เป็นผู้ควบคุมการทำงานให้ดี เนื่องจากสังคมคาดหวังการทำงานของตำรวจสูงมาก โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการเรียกเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายงานไปแล้วมาประชุม เพื่อรวบรวมข้อมูลติดตามความคืบหน้าของแต่ละส่วนว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว พร้อมกำชับให้สอบพยานให้แล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ อีกทั้งยังระบุว่าไม่อยากให้สังคมคาดหวังว่าตำรวจจะออกหมายจับบุคคลใดหรือไม่ แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าตำรวจจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงและหาคนผิดมาดำเนินคดีให้ได้ ทั้งนี้ คดีมีความยืดเยื้อมานานแล้ว แต่หากต้องล่าช้าไปเนื่องจากต้องการให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนที่สุด
ข่าวแจ้งอีกว่า ภายหลังจากการที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวของทางกองปราบฯได้มีการเชิญตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี จำนวน 4 นาย ประกอบด้วยนายตำรวจ ยศ พ.ต.ท.-พ.ต.ต.-ร.ต.อ.-ด.ต. ซึ่งเป็นผู้ที่ทำสำนวนคดีในช่วงแรกที่เกิดเรื่อง มาทำการสอบปากคำไปก่อนหน้านี้ เบื้องต้นพบว่าบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้คดีเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมาอย่างแน่นอน อีกทั้งยังพบว่าเป็นการจงใจทำให้แนวทางคดีออกมาในลักษณะดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่เป็นความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนจะผิดมากหรือน้อยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบให้แน่ชัด ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวจะถูกนำเข้าหารือในการประชุมสรุปสำนวนคดีรอบแรกในวันพรุ่งนี้ด้วยเช่นกัน

