พส.เตรียมตั้งคณะกรรมการจัดสรรเงินกลั่นกรองเบิกจ่ายงบช่วยคนจน

18.02.18 | 19:15 น.
นภา เศรษฐกร

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งล่าสุด ป.ป.ท.พบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดบึงกาฬ อาจเข้าข่ายทุจริตเพิ่มในแห่งที่ 3 เพราะมีพฤติการณ์ไม่จ่ายเงินตามที่อนุมัติว่า ในส่วนของพม.นอกจากศูนย์ฯจังหวัดขอนแก่น และเชียงใหม่แล้ว ยังตรวจสอบไม่พบความผิดในศูนย์อื่นๆ อาจเนื่องด้วยติดวันหยุดสัปดาห์ ส่วนที่ ป.ป.ท.พบว่าอาจมีศูนย์บึงกาฬทุจริตเพิ่มนั้น หากชี้มูลเข้ามา แล้วเราตรวจสอบพบมีมูลจริง จะสั่งการย้ายผู้บริหารศูนย์ฯทันที เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบได้เต็มที่ แต่เบื้องต้นขอดูข้อมูลก่อน

ถามว่าขณะนี้การทุจริตเริ่มขยายวงไปยังศูนย์ฯแห่งที่ 3 แล้ว แสดงว่าระเบียบการจ่ายเงินสงเคราะห์อาจมีช่องโหว่ด้วยหรือไม่ นางนภากล่าวว่า จะโทษระเบียบอย่างเดียวไม่ได้ เพราะก็มีอีกหลายศูนย์ที่ทำถูก ขณะเดียวกันที่ผ่านมาก็ได้ทำหนังสือแจ้งแนวปฏิบัติให้มีความรัดกุมอยู่ เพียงแต่อาจไม่นำไปปฏิบัติเท่านั้นเอง อาทิ การมอบเงินสงเคราะห์ในสถานที่ราชการ แต่ทั้งนี้จากนี้เราจะอุดจุดเสี่ยง โดยเฉพาะการเพิ่มภาพถ่ายการส่งมอบเงินโดยคลี่เงินให้เห็นชัดเจนและภาพใบหน้าผู้รับมอบและผู้มอบเป็นหลักฐานในการเบิกจ่ายเงิน นอกเหนือจากเอกสารรายชื่อ และจำนวนเงินที่ขอมา ซึ่งหากไม่มีหัวหน้าหน่วยที่ทำเรื่องเบิกงบต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้จะมีการสุ่มตรวจโดยหัวหน้าหน่วยหลังรับมอบ 15 วัน และสุ่มตรวจโดยผู้บริหารส่วนกลางที่ได้รับมอบหลังมอบเงิน 1 เดือน ขณะเดียวกันเพื่อเพิ่มความรอบคอบในการจัดสรรเงินจากส่วนกลางสู่ภูมิภาค ในสัปดาห์หน้าตนจะแต่งตั้งคณะกรรมการจัดสรรเงิน ซึ่งมีรองอธิบดีพส.เป็นประธานโดยทำหน้าที่กลั่นกรองการขอเงิน ที่ศูนย์แต่ละแห่งต่อไปต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไมต้องของบเท่านี้ คนเท่าไหร่ เพราะอะไร เพื่อให้จัดสรรเงินได้เหมาะสมกับสภาพปัญหามากที่สุด และในการมอบเงิน จะให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯไปจ่ายเอง จะไม่มอบกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไปมอบแทนอีก เพราะต้องการปิดช่องโหว่ทั้งหมดตามคำกำชับของ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม.

นายไมตรี อินทุสุต ประธานคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์เรื่องการจ่ายเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ป่วยเอดส์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งซึ่งพบการทุจริตในหลายพื้นที่ว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้แจ้งเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งประจำปีงบประมาณ 2560 ถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงวันที่ 30 มิ.ย. 60 แต่เรื่องมาถึงตนวันที่ 15 ส.ค. 60 ซึ่งตนได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยมีรองปลัดพม.เป็นประธาน กำหนดระยะเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 60 วัน ซึ่งในหนังสือที่สตง.ส่งมาให้ตรวจสอบเพียงระบุความไม่ชอบมาพากลการเบิกจ่ายเงิน ไม่ได้ระบุว่าเป็นพื้นที่ใด ตนอยู่ในตำแหน่งปลัดพม.ถึงวันที่ 30 ก.ย.60 ก็เกษียณอายุราชการซึ่งเข้าใจว่าเมื่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบมีมูลก็ส่งเรื่องให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง

ยืนยันว่าที่ผ่านมาพม.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ ได้มีการดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการอย่างต่อเนื่อง โดยยึดระเบียบราชการ ซึ่งต้องใช้เวลาและมีความรอบคอบระมัดระวัง เพราะการจะกล่าวโทษใครต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งต้องให้ผู้ถูกกล่าวโทษมีสิทธิอุทธรณ์ ไม่เหมือนหน่วยตรวจสอบอย่างเช่น ป.ป.ท.หรือสื่อที่หากพบความไม่ชอบมาพากลก็สามารถรายงานข่าวได้ทันที

อย่างไรก็ตามเรื่องการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายต่างๆ สมัยที่ตนเป็นปลัดพม.ได้มีหนังสือไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งเน้นย้ำไปถึงทุกหน่วยงานให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใสเพื่อให้เงินถึงผู้เดือนร้อนจริงๆ ขณะเดียวกันก็มีการลงพื้นที่สุ่มตรวจและเน้นย้ำต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ประพฤติดีเป็นผู้ปิดทองหลังพระก็ต้องให้กำลังใจกับทุกคนที่ทำงานโดยสุจริต ขณะเดียวกันผู้ที่กระทำผิดก็ต้องลงโทษอย่างชัดเจน ทั้งคงต้องตรวจสอบย้อนหลังให้ชัดเจนด้วย

Advertisement