เมื่อวันนี้ 18 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.เกษม เกษมโสด รอง สว.สส.สภ.ท่าเรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจาก 191 ว่ามีคนพบศพชายผูกคอตายในไร่ของชาวบ้าน ติดกับข้างโรงงาน SMC เทศบาลท่าเรือพระแท่น คลองชลประทานฝั่งซ้าย อ.ท่ามะกา จึงแจ้งให้ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.ท่าเรือ ทราบ จากนั้นจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.มะการักษ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรี และอาสาสมัครมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ประจำจังหวัดกาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุอยู่กลางไร่อ้อยของชาวบ้าน ห่างจากถนนเกือบ 1 กิโลเมตร โดยพบศพเป็นชายใช้เชือกไนล่อนผูกคอตัวเองโยงกับกิ่งต้นมะม่วง สภาพนั่งงอเข่า โดยมีมดแดงเกาะเต็มตัว ไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย เสียชีวิตมาไม่เกิน 24 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุยังพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ-4115 กทม.สีชมพู ซึ่งเป็นรถแท็กซี่ของบริษัทแท็กซี่ไทย จอดทิ้งไว้ใกล้กับศพของผู้ตาย จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทราบชื่อต่อมาคือ นายสาธิต อายุ 33 ปี จากการตรวจค้นภายในรถยังพบกระปุกยาคลอเฟนิรามีน เป็นยาแก้ภูมิแพ้ ตกอยู่ 1 กระปุก และยังไม่ได้เปิดกินอีก 1 กระปุก และตรงเบาะคนนั่งยังมีลอยอาเจียน และพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องอยู่ภายในรถ และยังพบเงินสดในกระเป๋ากางเกงอีก 813 บาท
จากกการสอบถาม น.ส.ธนพร (สงวนนามสกุล) แฟนสาวของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเองเป็นอดีตภรรยา ที่เพิ่งจะหย่าร้างกันเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ตายเป็นคนเจ้าชู้ และเมื่อวันก่อนก็ยังไลน์และโทรศัพท์คุยกับผู้ตายอยู่เลย และได้ตัดพ้อว่าตัวเองผิดเอง พร้อมส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์มาแปลกๆ ทั้งนี้ตนตั้งใจว่าจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีก แต่ไม่คิดว่า นายสาธิต จะมาคิดสั้นแบบนี้ สำหรับตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วน นายสาธิต ก็รับจ้างขับรถแท็กซี่อยู่ในกรุงเทพฯ และกำลังจะเดินทางกลับไปอยู่ที่จังหวัดพะเยาหลังที่เลิกรากับตน
เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า สาเหตุเกิดจากผู้ตายอาจเกิดความน้อยใจแฟนสาวที่ขอเลิก และหลังจากที่ผู้ตายพยายามตามง้อขอคืนดี แต่ไม่สำเร็จ จึงเป็นเหตุให้ตัดสินใจประชดรักด้วยการผูกคอตายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะสอบสวนพยานแวดล้อม และส่งศพชันสูตรที่โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

