เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณกุดอีเฒ่า บ้านร่องอโศก ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ นายเมธี สุพรรณฝ่าย รอง ผวจ.ศรีสะเกษ นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ และหน.ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจสภาพพื้นที่กรณีเขื่อนราษีไศล ที่ได้รับผลกระทบจริงจากการเก็บกักน้ำที่เกินระดับ เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร
ต่อมา รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะได้เดินทางไปที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน เครือข่ายทามมูน ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ใกล้กับเขื่อนราษีไศล โดยได้มีการประชุมร่วมกับแกนนำของชาวบ้านนำโดย นางผา กองธรรม นายกสมาคมคนทาม นายประดิษฐ์ โกศล อุปนายกสมาคมคนทาม นายบุญมี โสภังค์ ผู้ประสานงาน ร.ร.เตรียมนายฮ้อยทุ่งกุลาร้องไห้

นางผา กองธรรม นายกสมาคมคนทาม กล่าวว่า ตนและคณะได้นำเสนอปัญหาของชาวบ้านเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขคือ 1. เรื่องสืบเนื่องจากการศึกษาผลกระทบทางสังคมเกี่ยวกับการสูญเสียอาชีพและรายได้ของชาวบ้านที่ได้รับกระทบจากการสร้างเขื่อนราษีไศลในป่าบุ่งป่าทาม โดยมีการเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน 2. ปัญหาชาวบ้านที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากการสร้างเขื่อนราศีไศลโดยยังมีชาวบ้านที่ยังไม่ได้รับเงิน จำนวน 18 ราย เป็นต้น ซึ่งนายวิวัฒน์ ได้รับทราบและจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในห้วงเวลาของรัฐบาลชุดนี้ให้ได้
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัญหาของเขื่อนราษีไศลยืดเยื้อมานานกว่า 36 ปีแล้ว ซึ่งปัญหาบางส่วนได้รับการแก้ไขไปแล้ว แต่ว่าปัญหาบางส่วนยังคงยืดเยื้อมานาน ตนจะแก้ไขปัญหาของเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนาด้วยความรักอะลุ่มอะล่วยต่อกัน โดยที่จะไม่ยึดเอาระเบียบกฎหมายเพียงอย่างเดียว ตนต้องการให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างมีความสุข แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ยึดกฎหมาย เพราะว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป จะต้องยึดเอาความรัก ความอะลุ้มอล่วยมาใช้ในการแก้ไขปัญหาด้วย เนื่องจากว่า ประชาชนทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนา

นายวิวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ตนจะใช้วิธีหัวหน้าเข้าหากัน โดยจะให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่กำลังเร่งดำเนินการแก้ปัญหาอยู่แล้ว หันหน้าเข้ามาหากันเพื่อพูดคุยกันกับแกนนำของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ มาร่วมกันแก้ปัญหา เพราะว่าทั้ง 2 ฝ่ายทำงานร่วมกันมานานแล้วจนมีความสนิทสนมกัน ตนจะเข้าไปตรวจสอบดูว่ามีปัญหาตรงไหนก็จะแกะเอาปัญหาออกมาแก้ไข แต่ว่าที่ยิ่งใหญ่กว่าการชดเชยด้วยเงินแล้วก็คือ การชดเชยด้วยใจ การมาร่วมกันพัฒนา
นายวิวัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า ในการเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้งปีนี้ ทางกรมชลประทานเป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องนี้อยู่ และยังมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันเตรียมการแก้ไขปัญหาไว้แล้ว เช่น กรมพัฒนาที่ดินก็พยายามหาแหล่งน้ำเพิ่มให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้เร่งสะสมน้ำไว้บนผิวดิน และอีกส่วนหนึ่งก็จะเก็บน้ำไว้ใต้ผิวดิน ซึ่งน้ำบนดินและน้ำใต้ผิวดินมีความสำคัญมาก ส่วนน้ำบนฟ้านั้น เรามีการวิจัยก้าวหน้าไปมาก โดยมีการทำเมฆให้เป็นฝน กรมฝนหลวงได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านที่ได้ทรงเขียนตำรับตำราเอาไว้แล้ว หากทำฝนเทียมก็จะเสียค่าใช้จ่ายเพียงไร่ละ 12 บาทเท่านั้น หากมีเมฆบริเวณใดก็จะเร่งทำฝนเทียมเพื่อให้มีน้ำเก็บกักไว้ใช้ในหน้าแล้งปีนี้


