กัมปนาทเสียงปืน จาก ‘ป่าทุ่งใหญ่ฯ’ ซัดใส่ ‘เปรมชัย’ ทุกมิติ

19.02.18 | 10:00 น.

หลังจากเฟซบุ๊กเพจ “คนอนุรักษ์” ได้โพสต์ข้อความและภาพว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกได้รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ

พบว่า หนึ่งในนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ คือ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด

เจ้าหน้าที่พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง จึงได้ทำการขยายพื้นที่ตรวจสอบพบอาวุธปืนลูกกรดติดลำกล้อง 1 กระบอก ปืนไรเฟิลติดลำกล้อง 1 กระบอก และปืนลูกซองแฝด 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกมาก

ใกล้กับที่พบอาวุธปืนซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม พบซากเสือดำถูกชำแหละและถลกหนัง บริเวณใกล้เคียงพบเครื่องกระสุนปืนเพิ่มอีกมาก จึงทำการจับกุมเพื่อส่งดำเนินคดี สภ.อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ข่าวนี้กลบข่าวอื่นสนิท ด้วยความร่ำรวย และด้วยความเป็นบุคคลที่มีความโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่งในแวดวงธุรกิจของนายเปรมชัย

Advertisement

ไม่นานหลังจากตกเป็นผู้ต้องหาคดีล่าสัตว์ป่า เรื่องราวด้านลบอื่นๆ ของนายเปรมชัย และครอบครัวถูกขุดคุ้ยในเวลาอันรวดเร็ว

ที่ดินอีก 2 แปลงสำคัญ ที่ก่อนหน้านี้ลอดหู ลอดตา การตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อย่าง รังเย็น รีสอร์ต ที่มีโฉนดที่ดินถูกต้อง แต่ถูกล้อมรอบด้วยป่าสงวนแห่งชาติ อย่าง ป่าภูเปือย ภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ กับสิ่งก่อสร้างอีก 24 หลัง กระจัดกระจายกันอยู่ในบริเวณที่ดินผืนใหญ่ แม้จะไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของนายเปรมชัย แต่ชื่อของนายเปรมชัย ก็ปรากฏเป็นกรรมการบริหาร ในส่วนของบริษัทที่ครอบครองที่ดินผืนดังกล่าว คือบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำนวน 6,215 ไร่

การเข้ามาครอบครองเป็นเจ้าของ ดูจากประวัติแล้ว บอกได้คำเดียวว่า คนธรรมดา ตาสีตาสาไม่มีวันทำได้แน่นอน

นายอรรคพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ อธิบายความเป็นมาแห่งการครอบครองที่ดินผืนนี้ว่า เดิมมีเอกสารสิทธิเป็น น.ส.3 ก แต่ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิไปตั้งแต่ปี 2546 ต่อมาบริษัทได้มาทำเรื่องขอเช่า โดยอ้างว่าเพื่อใช้ทำการเกษตร และต่อมาไม่นานก็ได้ยกเลิกการเช่า และเอาพื้นที่ดังกล่าวส่วนหนึ่ง 38 แปลงที่ทับซ้อนอยู่ในพื้นที่ที่ถูกเพิกถอนไปแล้ว จำนวน 679 ไร่ ไปขอออกโฉนดในช่วงที่มีการเดินสำรวจ และออกโฉนดสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

“กรณีนี้เราพิจารณาร่วมกันแล้ว เห็นว่าการออกโฉนดน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะถือว่าที่ดินยังเป็นที่ดินของรัฐแต่เดิม เหตุผลและหลักฐานสำคัญคือการขอเช่าตั้งแต่เดิม ซึ่งจะต้องเข้าดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่ทั้งหมด 6,000 กว่าไร่ รวมทั้งดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายที่ดินด้วย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้ตั้งคณะกรรมการร่วม 5 ฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ที่ดิน ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจขึ้นมาทำงานร่วมกัน” นายอรรคพลกล่าว

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ได้นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะการร้องเรียนว่ามีสนามบินในพื้นที่ ใกล้เคียงกับรีสอร์ตหรู พบสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมจากเดิมรวมเป็น 24 รายการ อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว พบว่าลักษณะการครอบครองพื้นที่ของบริษัทดังกล่าวเป็นการขอออกเอกสารสิทธิและใช้ประโยชน์รอบภูเขาเป็นวงกลมเหลือเพียงใจกลางไข่แดงที่ยังมีสภาพเป็นป่าไม่มีการใช้ประโยชน์แต่ก็เท่ากับเป็นการปิดพื้นที่ทั้งหมดนับหมื่นไร่

เป็นการขอออกเอกสารสิทธิที่ชาญฉลาด

ในระยะแรกมีการออก น.ส.3 ก โดยใช้ชื่อชาวบ้านในพื้นที่ก่อนมีนายทุนมากว้านซื้อที่ดินรวมเป็นแปลงเดียวกันทั้งหมด ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านในพื้นที่กับบริษัท ซี พี เค โดยมีการนำก้อนหินขนาดใหญ่มาปิดเส้นทางไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปทำการเกษตรของตนเองในบริเวณดังกล่าว และชาวบ้านเคยมีการร้องเรียนกับภาครัฐจนกระทั่งมีแกนนำชาวบ้านถูกคุกคาม

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องยอมรับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินในช่วงปี 2546 ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีและถูกต้อง เพราะมีการเพิกถอน น.ส.3 ก ที่ดินไปแล้ว แต่เรื่องเงียบหายไปจนคนเข้าใจว่าเป็นที่ดินที่ได้มาอย่างถูกต้อง หากเป็นพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้มาชี้แนวเขตเหมือนพื้นที่ป่าสงวนฯ

ขณะที่เรื่องป่าภูเรือกำลังถูกตรวจสอบ คดีสนามกอล์ฟเขาสอยดาวไฮแลนด์ ที่มีนางพิไลจิตร เริงพิทยา พี่สาวนายเปรมชัย กรรณสูต มีหุ้นอยู่ในบริษัทดังกล่าว ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาก็ปรากฏออกมา

คดีดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ได้ฟ้องร้องสนามกอล์ฟเขาสอยดาวไฮแลนด์ ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ฐานบุกรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว ดำเนินกิจการโดยบริษัท สวนจันทบุรี จำกัด โดยมีชื่อของนางพิไลจิตร เริงพิทยา พี่สาวของนายเปรมชัย ถือหุ้นอยู่ในบริษัทดังกล่าว โดยบริษัทได้ครอบครองพื้นที่ทั้งหมด 4,010 ไร่ เป็นพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ 482 ไร่

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นในปี 2546 โดยกรมอุทยานฯได้แจ้งความบริษัท สวนจันทบุรี จำกัด หรือสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ บุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เนื้อที่ 183-5-41 ไร่ ต่อมาในปี 2557 ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องจำเลย โดยให้เหตุผลว่ากรมอุทยานฯไม่ทราบแนวเขตป่าที่ชัดเจน ตนจึงสั่งการให้ฝ่ายกฎหมายยื่นอุทธรณ์ต่อ กระทั่งศาลอุทธรณ์ตัดสินให้กรมอุทยานฯชนะคดีในที่สุด

ต่อมา มีการยื่นฎีกา ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ยืนยันว่ากรมอุทยานฯจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะตนเป็นผู้สั่งการให้ยื่นอุทธรณ์ ระหว่างนี้ต้องรอการพิจารณาของศาลฎีกาเพียงอย่างเดียว

ถัดจากคดีเขาสอยดาว ก็มาถึงท่าเรือยอชต์ อ่าวปอ จ.ภูเก็ต โดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ทช.เข้าตรวจสอบอ่าวปอ

แกรนด์ มารีน่า จ.ภูเก็ต ของบริษัท อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า จำกัด มีนายเปรมชัยเป็นผู้ถือหุ้น ทำธุรกิจบริการให้เช่าที่จอดเรือยอชต์ ขายอาหารและเครื่องดื่มในพื้นที่อ่าวปอ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่ามีการขออนุญาตใช้พื้นที่อย่างถูกต้องจากกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม หรือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปค้นบ้านนายเปรมชัย พบอาวุธปืนจำนวนมากและงาช้างคู่ใหญ่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มา

รวมทั้งกรณีที่นายเปรมชัยถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาติดสินบน หลังจากถูกจับกุมแล้วมีคลิปเสียงต่อรองเจ้าหน้าที่

และยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่นายเปรมชัย และบริษัทที่นายเปรมชัยมีส่วนเกี่ยวข้องถูกตรวจสอบถี่ยิบ

ทั้งหลายเหล่านี้เป็นผลมาจากเหตุการณ์ที่ทุ่งใหญ่นเรศวร

เหตุการณ์ที่ค่อยบานปลายกลายเป็นคดีของตัวเอง คดีของบริษัทที่ตัวเองมีหุ้นส่วน และคดีของญาติพี่น้อง

กัมปนาทจากเสียงปืนที่ทุ่งใหญ่ฯ มีอานุภาพการทำลายล้างเป็นอย่างมาก

นอกจากจะทำลายล้างเสือดำ และสัตว์ป่าแล้ว ยังย้อนกลับมาทำลายนายเปรมชัย และพวกอีกด้วย

น่าสะพรึงกลัวจริงๆ