กรณีปรากฏคลิปเหตุการณ์หน้าบ้านหลังหนึ่ง มีป้าคนหนึ่งทุบรถกระบะที่จอดขวางหน้าบ้าน โดยใช้เหล็กฟาดหน้ารถ และใช้ขวานฟันที่กระจกจนแตก โดยพบว่าบริเวณดังกล่าวที่เกิดเหตุอยู่ติดกับตลาดสวนหลวง การจราจรหนาแน่นและมีคนมาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดจำนวนมาก โดยบริเวณหน้าบ้านมีคำพิพากษาเกี่ยวกับคดีสิ่งแวดล้อม เรื่องการจอดรถติดอยู่จำนวนมาก และมีป้ายสาปแช่งคนที่มาจอดรถ พบว่าเจ้าของบ้านจะนำรถออกจากบ้าน แต่กลับมีรถมาจอดขวางไว้หน้าบ้านพอดี โดยรถในบ้านพยายามบีบแตรเสียงดังเป็นเวลานาน แต่ผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงเกิดการทุบรถดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของรถกระบะ เข้ามาแจ้งความว่าทำให้รถเสียหายแล้ว แต่เจ้าของบ้านยังไม่เดินทางมาเจรจา ส่วนเจ้าของรถกระบะอ้างว่า คิดว่าบ้านร้างไม่มีคนอยู่ จึงเอารถมาจอดไว้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง กล่าวถึงการจอดรถกีดขวางทางเข้าออกบ้านของบุคคลอื่น ว่า ก่อนหน้ากรณีนี้มีคดีที่เจ้าของบ้านเคยยื่นฟ้องคดีต่อศาลข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว และก่อความเดือดร้อนรำคาญ กรณีมีบุคคลนำรถมาจอดขวางประตูบ้าน ศาลฎีกามีคำพิพากษาไว้ ให้ยกฟ้องข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว แต่มีความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ
นายเกิดผลกล่าวต่อว่า ข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ มีโทษจำคุก ไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ส่วนความผิดฐานละเมิด ในคดีทางแพ่งต้องพิจารณาว่าทำให้เกิดความเสียหายอย่างไร เช่น หากเป็นรถบรรทุกสินค้า แล้วส่งสินค้าไม่ทันสูญเสียรายได้หรือไม่ หรือตัวอย่างไม่สามารถขับรถออกจากบ้านไปทำงานได้ ทำให้ต้องโดยสารรถแท็กซี่ไป อาจเรียกค่าเสียหายเป็นค่ารถส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป ส่วนคำสั่งศาลที่เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุนำมาติดประกาศไว้นั้น นายเกิดผลกล่าวว่า คำสั่งศาลเป็นคำสั่งเฉพาะบุคคลที่ถูกฟ้องดำเนินคดี ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น

