บุกมาเลย์ทลายแก๊งคอลล์ พบ 11 คนไทยถูกขังให้รับโทรศัพท์ รวบ 5 ไต้หวัน เงินหมุน 100 ล้าน

20.02.18 | 13:12 น.

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมาเลเซียร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวไทย บุกเข้าไปภายในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ย่านศรีเปอร์ตาลิ่ง กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย หลังสืบทราบว่าเป็นศูนย์สั่งการคอลเซ็นเตอร์แก๊งอาซื่อ ซึ่งเป็นแก๊งที่แตกออกมาจากแก๊งของนายเฉิน หยวน ไข่ จากการเข้าตรวจค้นภายในอาคารพบอุปกรณ์ทั้งโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมบัญชีรายชื่อเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ที่ยังอยู่ระหว่างการสื่อสารเพื่อรอโอนเงิน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบโพยรายชื่อเหยื่อและรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงรวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อในแต่ละบริบท และยังพบคนไทยทำหน้าที่เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถูกขังอยู่ภายในอาคาร 11 คน และชาวไต้หวัน นายไช่ หมิง หง นายหวัง ลู่ เฉิน (อาหวัง) น.ส.เจียง อี ทิง นายเสิ่น เยิ่น หยิง นายจู อี้ เต๋อ (อาซื่อ) เป็นผู้ควบคุมอีก 5 คน ในจำนวนนี้มีนายจู อี้ เต๋อ หัวหน้าแก๊ง และนายหวัง ลู่ เฉิน ซึ่งเป็นระดับสั่งการ โดยทั้งสองคนและนายชัชนันท์หรือเฟิน เกตุพันธ์ กับ น.ส.ติรวดีหรือติ้ว ลิ้มติ้ว ทั้งสี่คนถูกศาลจังหวัดนครปฐมออกหมายจับ ข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและกรรโชกทรัพย์

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า แก๊งนี้เพิ่งย้ายมาเช่าอาคารแห่งนี้ทำศูนย์คอลเซ็นเตอร์ 2 เดือน เงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท และยังมีผู้ร่วมกันอีกคน ซึ่งเป็นชาวไต้หวัน ที่หลบหนีกลับประเทศไปได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งตำรวจออกหมายจับแล้ว

“สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศมาเลเซียครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือน เป็นการขยายผลการช่วยเหลือคนไทยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ประวัตินายจู อี้ เต๋อ (อาซื่อ) เคยทำงานให้นายเฉินหยวน ไข่ ระดับผู้จัดการดูแลทั้งหมดต่อมาจึงแยกมาทำเอง” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าว