หน้าแรก ในประเทศ นพ.สุภัทรไม่ข...

นพ.สุภัทรไม่ขอบคุณ รบ. เลิกEHIAรฟฟ.ถ่านหิน เชื่อขาลงไม่พร้อมเปิดศึกหลายด้าน

20.02.18 | 17:08 น.

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการชุมนุมของแกนนำเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ที่ บริเวณหน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งมีการสลายตัวในวันนี้ว่า “ชัยชนะนี้เกิดจากคนไทยทั้งประเทศ โปรดอย่าเข้าใจผิดว่า “รัฐบาลตาสว่างแล้ว” สำหรับผม ไม่อาจขอบคุณรัฐบาลได้ ที่ตัดสินยกเลิก EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา เพราะการที่รัฐบาลมาเจรจา จนได้ข้อสรุปพบกันครึ่งทาง ยอมหยุด EHIA ไม่ให้เดินต่อ ให้ศึกษาภาพรวมยุทธศาสตร์พลังงานก่อน แล้วค่อยทำ EHIA ใหม่ในอนาคต ที่ออกมาเป็นสูตรนี้ก็เพราะแรงกดดันมากมายของมหาชน

“การที่ชาวบ้านเทพาถูกทุบสลายการเดินที่สงขลาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ทำให้ผู้คนเทใจให้เทพาอย่างมหาศาล เป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้คนไทยรู้จักและเข้าใจเห็นใจคนเทพา จนเมื่อชาวบ้านเทพาตัดสินใจขึ้น กทม.มานั่งอารยะขัดขืนอย่างสงบหน้าทำเนียบรัฐบาล การเยี่ยมเยือนให้กำลังใจมีอย่างต่อเนื่อง เมื่อทัพกระบี่มาเสริม แรงค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพาจึงเด่นชัดขึ้นอีก ผู้คนจากทั่วสารทิศมาเยี่ยมมาให้กำลังใจ การมาเชียร์พี่น้องกระบี่เทพาก็เท่ากับเป็นการก่นด่ารัฐบาลที่ใจดำให้ชาวบ้านตากแดดดมควันรถ เพิกเฉยต่อทิศทางพลังงานสะอาดนั่นเอง

“เมื่อถึงที่สุด ชาวบ้านกระบี่เทพาประกาศจะบุกประชิดรั้วทำเนียบในวันนี้(อังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561) สัญญาณความหวั่นไหวของรัฐบาลก็เริ่มปรากฏตั้งแต่วันจันทร์ เช่นนายทหารที่หายไปนานโทรมาหาผม เป็นต้น จากเดิมที่อดข้าวมาสิบวันไม่มีสีเขียวลายพรางโทรมาหาเลย

“ไม่แปลกที่รัฐบาล คสช.จะหวั่นไหว เพราะเรื่องถ่านหินมีกระแสคัดค้านจากทั่วโลก คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการ การประชิดหน้าทำเนียบในช่วงที่จะมีการประชุม UN ที่กรุงเทพเรื่องพลังงานยั่งยืน ยิ่งทำให้รัฐบาลจะลงมือใช้ความรุนแรงก็ไม่ได้ ครั้นจะให้ชุมนุมประชิดหน้าทำเนียบอยู่นาน เดี๋ยวหากมีป้าย “อยากเลือกตั้ง” หรือ “มาชูสามนิ้ว” หรือ “มาไล่คนใส่นาฬิกา 25 เรือน” ซึ่งยากที่จะห้ามได้ รัฐบาลจะยิ่งเสียศูนย์

“ในยามที่ง่อนแง่นเอาตัวไม่รอด จึงต้องยอมตัดไฟแต่ต้นลม รักษาสภาพรัฐบาลที่แผลเต็มตัวเอาไว้ก่อน ไม่พร้อมปะทะกับทีมชาวบ้านกระบี่เทพา การเจรจาและยอมลงนามข้อตกลงกับกลุ่มคัดค้านที่หน้า UN อย่าให้ได้เคลื่อนทัพมาทำเนียบรัฐบาลจึงเกิดขึ้น

Advertisement

“ชัยชนะครั้งนี้จึงเกิดจากพี่น้องทั้งประเทศ ที่ช่วยกันกระแนะกระแหนหรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องจนอำนาจรัฐทหารเผด็จการที่มีอยู่เป็นขาลงอย่างหนัก จนไม่พร้อมจะเปิดศึกหลายด้าน รัฐบาลไม่ได้คิดจะยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วหันมาสนับสนุนพลังงานสะอาดหรอก แต่ทำเพราะความจำเป็น สถานการณ์บังคับ

“หากรัฐบาลตาสว่างจริง และมีจุดยืนสร้างประเทศไทยสู่การก้าวไปสู่พลังงานหมุนเวียนจริง ก็ต้องประกาศสนับสนุนการติดโซลาร์รูฟตามบ้านเรือนทุกหลัง เพื่อให้ประชาชนพึ่งตนเองด้วยพลังงานให้มากที่สุด สนับสนุนนโยบาย net-metering คือหากบ้านไหนผลิตไฟได้เกิน สามารถขายไฟเข้าสายส่งได้ ให้มิเตอร์หมุนกลับได้ รวมทั้งสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเป็นต้น นั่นหมายความว่า “renewable energy come first” หรือเลือกใช้เลือกผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนก่อน แต่นโยบายเช่นนี้ยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม

“ชัยชนะในครั้งนี้ จึงเป็นชัยชนะจากกระแสหลากหลายที่วิพากษ์รัฐบาลของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

“ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทั้งที่คัดค้านไม่เอาถ่านหิน หรือทั้งที่นินทาหรือต่อสู้กับอำนาจรัฐอันไม่ชอบธรรมในประเด็นอื่นๆมาตลอด จนทำให้อำนาจรัฐปวกเปียก และเกิดเป็นชัยชนะของพี่น้องกระบี่และเทพาในวันนี้

“ภารกิจของภาคประชาชนยังมีอีกยาวไกล ความทุกข์ยากของพี่น้องคนไทยที่ถูกริดรอนสิทธิและถูกรุกรานแย่งชิงฐานทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัวยังมีอีกทั่วแผ่นดินไทย กระบี่-เทพาเป็นเพียงหนึ่งเรื่องร้อนของยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ภารกิจของประชาชนสามัญชนอย่างเราๆจึงยังต้องสามัคคีรวมพลังกันอีกยาวไกล….”