เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการตรวจสอบกรณีรีสอร์ทก่อสร้างรุกพื้นที่ สภ.หลีเป๊ะ ที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล พบว่า มีขบวนการออกเอกสาร ส.ค.1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อนำไปขอเอกสาร น.ส.3 โดยมิชอบ และออกเกิน ส.ค.1 จำนวน 33 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ซึ่งผู้ที่ร่วมกันจัดทำเอกสารเท็จ ประกอบด้วย นายฉลองศักดิ์ เชียรวิชัย อดีตปลัดอาวุโสเมืองสตูล นายณรงค์ เอกวงศ์ อดีตผู้ช่วยเกษตรจังหวัดฝ่ายวิชาการสตูล นายสุริยา ลักษโณสุรางค์ อดีตพนักงานที่ดินจังหวัดสตูล นายอัครพล เชียรวิชัย อดีตปลัดอำเภอเมืองสตูล นายกิจชัย หอพิสุทธิสาร อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล และ นายจำลอง ศรีไชย อดีตเจ้าหน้าที่วิชาการเกษตรจังหวัดสตูล ซึ่งทั้งหมดเกษียณอายุราชการแล้ว พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งสำนวนการสอบสวนให้ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนคดี เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อให้ ป.ป.ช.พิจารณาชี้มูลยกเลิกเอกสาร ส.ค. 1 และเพิกถอน เอกสาร น.ส.3 รวมถึงยกเลิกแบบนับจำนวนอายุมะพร้าว เนื่องจากการสอบสวนพบว่า ไม่มีการไปตรวจนับจำนวนมะพร้าวจริง โดยมีพยานบุคคลยืนยัน รวมถึง หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งทางธรณีวิทยา และปฐพีวิทยา จึงเชื่อว่า ที่ดินพิพาทดังกล่าว ก่อนที่ตำรวจจะได้รับอนุญาตจากวนอุทยาน ไม่มีการใช้ประโยชน์มาก่อน
โฆษกตร.กล่าวว่า ส่วนการดำเนินคดีกับ นายมานิต กวีรัตน์ เจ้าของรีสอร์ท 2 แห่ง ที่สร้างกำแพงบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ให้พนักงานสอบสวนรื้อฟื้นคดีอาญา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2554 ขึ้นมาสอบสวนใหม่ เพื่อส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมให้อัยการพิจารณาดำเนินคดีกับนายมานิต เนื่องจาก พบหลักฐานใหม่ อาทิ การนำชี้พิกัดที่ดินผิดสถานที่ แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศผิดพลาด เนื่องจาก ภายหลังพบว่า พื้นที่พิพาทไม่มีที่อยู่อาศัย มีการตรวจนับอายุมะพร้าวโดยมิชอบ นอกจากนี้ ยังนำผลคำพิพากษาศาลฎีกา ระหว่างกรมตำรวจในขณะนั้นกับคู่กรณีที่พิพากษายกฟ้องกรมตำรวจ เนื่องจาก กรมตำรวจได้รับอนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้อย่างถูกต้อง ซึ่งมั่นใจว่า การรื้อฟื้นคดีมีหลักฐานใหม่ จะสามารถเอาผิดนายมานิตได้
ทั้งนี้ ก่อนนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.วิระชัย ตรวจสอบเนื่องจาก มีนายทุนบุกรุกวนอุทยานก่อสร้างโรงแรมและรีสอร์ท และขับไล่ สภ.หลีเป๊ะ รวมถึง บ้านพักตำรวจออกจากพื้นที่ ทั้งที่สภ.หลีเป๊ะ ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินจากวนอุทยานเมื่อปี 2531 จำนวน 18 ไร่เศษ แต่เหลือที่ทำการของ สภ.หลีเป๊ะ เพียง 2 งานเท่านั้น

