จากกรณีกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ออกมาเปิดเผยผลกระทบของผู้ประกันตนที่ประสบปัญหากับการเบิกเงินและเข้าถึงการรับบริการทันตกรรมของสิทธิประกันสังคม เพราะแค่การรับบริการพื้นฐานอย่างอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน แต่ขั้นตอนการเบิกเงินกลับยุ่งยาก โดยเบิกได้เพียงปีละ 600 บาท ขณะที่ต้องสำรองจ่าย ซึ่งเมื่อเทียบกับสิทธิอื่นๆแล้วกลับไม่ต้อง ล่าสุดเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ย้ำว่าจะนำไปศึกษาข้อเรียกร้องต่างๆ คาดว่าใช้เวลาอีก 3 เดือนได้ข้อสรุปนั้น
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ทพญ.มาลี วันทนาศิริ ทันตแพทย์โรงพยาบาลลำลูกกา จ.ปทุมธานี ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่าย ฟ.ฟัน สร้างสุข กล่าวว่า จากการทำงานด้านทันตกรรมแก่คนไข้สิทธิสุขภาพต่างๆ พบว่า ข้อเท็จจริงแล้ว สิทธิทันตกรรมประกันสังคมภาพรวมไม่ได้แตกต่างมากนักกับสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) และสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เพราะให้สิทธิอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน เป็นสิทธิพื้นฐานเหมือนกัน หนำซ้ำสิทธิประกันสังคมได้ให้โอกาสในการไปรับบริการในคลินิกเอกชนต่างๆได้ แต่ต้องสำรองจ่ายเงินในวงเงินแค่ 600 บาทต่อปี ซึ่งจุดนี้คือ ปัญหาใหญ่ เพราะการจำกัดเพดานเงิน และวิธีการเบิกจ่ายที่ต้องสำรองจ่ายไปก่อนนั้น ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนเป็นอย่างมาก
“มีผู้มารับบริการทันตกรรมคนหนึ่งอายุ 63 ปี ต้องการถอนฟัน แต่เมื่อตรวจวินิจฉัยแล้วกลับพบว่า ต้องขูดหินปูน และอุดฟันจำนวน 4 ซี่ ถามว่าจำนวนเงิน 600 บาทเพียงพอหรือไม่ ซึ่งไม่พออย่างแน่นอน ที่น่าเห็นใจคือ เมื่อไปตรวจสอบสิทธิการรักษากลับพบว่า เป็นผู้ประกันตน เนื่องจากเมื่อเกษียณและออกจากงานแล้ว ยังจ่ายสมทบให้แก่ประกันสังคม เนื่องจากต้องการออมเงิน แต่ปรากฎว่าสิทธิทันตกรรมกลับอยู่ในประกันสังคม แทนที่อายุเกิน 60 ปีจะอยู่ในสิทธิผู้สูงอายุ ตามบัตรทอง ซึ่งไม่ต้องจ่ายเงินค่าบริการสักบาท และรักษาได้ตามอาการความจำเป็น กลายเป็นว่าต้องสำรองจ่าย 600 บาท และจ่ายเงินเพิ่ม กลายเป็นว่าผู้ป่วยรายนี้ไม่อยากทำฟันเลย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายของระบบประกันสังคม” ทพญ.มาลี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าสิทธิทันตกรรมของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง) สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ หรือแม้แต่สิทธิของแรงงานต่างด้าว มีปัญหาน้อยกว่าประกันสังคม ทพญ.มาลี กล่าวว่า สิทธิเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่พบปัญหาในเรื่องการเบิกจ่ายเลย ยกตัวอย่าง แรงงานต่างด้าวที่ซื้อบัตรสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ปีละประมาณ 2,000 บาท ครอบคลุมสิทธิการรักษาพยาบาลทั้งหมด รวมทั้งทันตกรรม ยกเว้นการใส่ฟันปลอม นอกนั้นเข้ารับบริการได้ แต่สำหรับแรงงานต่างด้าว การเข้าถึงบริการแต่ละครั้งจะต้องจ่ายเงิน 30 บาทตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนใหญ่ก็จ่าย แต่หากพูดถึงสิทธิประโยชน์ทันตกรรมของประกันสังคมถือว่าดี มีครอบคลุม แต่ติดเรื่องระบบเบิกจ่าย จึงน่าคิดว่า ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบทุกๆเดือน และก็เป็นคนไทยที่ต้องจ่ายภาษี แต่ทำไมแค่สิทธิการรักษาทันตกรรมพื้นฐาน ยังมีเรื่องวงเงิน การเบิกจ่ายมาเป็นอุปสรรคอีก
“สิบกว่าปีก่อน กองทุนประกันสังคม เคยเพิ่มสิทธิให้ผู้ประกันตนสามารถรักษาทันตกรรมขั้นพื้นฐานได้โดยไม่จำกัดวงเงิน และรับบริการทำฟันได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินเอง แต่ต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น ซึ่งในช่วงนั้นเกิดปัญหารอคิวนาน ผู้ประกันตนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก สุดท้ายจึงปรับกลับไปเป็นระบบสำรองจ่ายเงินเองโดยรักษาในคลินิกเอกชนได้ เพื่อแก้ปัญหารอคิวนาน แต่รักษาในวงเงินจำกัด 600 บาทต่อปี ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาแล้ว หากลองศึกษาบทเรียนในอดีตและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาจากตัวอย่างของ สปสช. ที่มีการร่วมกับคลินิกทันตกรรมเอกชนกว่า 150 แห่ง นำร่องในพื้นที่ กทม.เพื่อให้บริการทันตกรรมแก่ผู้มีสิทธิบัตรทอง อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนให้มีสิทธิรักษาทันตกรรมเท่าเทียมกับสิทธิประกันสุขภาพอื่นๆก็เป็นไปได้” ทพญ.มาลี กล่าว

