เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.) ควบคุมชุดปฎิบัติการ ศูนย์ป้องกัน และปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.) พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ.(191) แถลงผลงานตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) สั่งการสืบสวนขยายผลกลุ่มผู้กระทำผิดของเครือข่าย แก๊งอาซื่อ หรือ นายจู อี้ เต๋อ และอาหวัง หรือ นายหวัง ลู่ เฉิน ซึ่งเป็นลูกน้องเก่าของเครือข่ายนายเฉิน หยวน ไข่ ซึ่งย้ายมาตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์ กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดย ชุดปฏิบัติการ ฉปทน.ตร. บุกเข้าไปภายในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ย่านศรีเปอร์ตาลิ่ง กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พบคนไทยถูกขังให้เป็นพนักงานรับโทรศัพท์ จำนวน 11 คน และจับกุมชาวไต้หวัน 5 คน รวมหัวหน้าแก๊งค์ ทั้งหมด 16 คน จึงประสานความช่วยเหลือผ่านนางสาวนิภา นิรันดร์นุช อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าจากการเข้าตรวจค้นภายในอาคารพบอุปกรณ์ทั้งโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมทั้งบัญชีรายชื่อเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ที่ยังอยู่ระหว่างการสื่อสารเพื่อรอโอนเงิน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโพยรายชื่อเหยื่อและรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง รวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อในแต่ละบริบท โดยพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ที่เป็นคนไทย จำวน 11 คน มีหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม จำนวน 2 คน คือ นางติรวดี หรือติวลิ้มติ้วอายุ 23 ปี และ นายชัชนันท์ หรือเฟิร์น เกตุพันธ์ อายุ 26 ปี และชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ควบคุม จำนวน 5 คน ระดับสั่งการ 2 คน ที่มีหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม คือ นายจู อี้ เต๋อ (อาซื่อ) หัวหน้าแก๊งสัญชาติไต้หวัน และ นายหวัง ลู่ เฉิน (อาหวัง) สัญชาติไต้หวัน ข้อหา “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและกรรโชกทรัพย์” ทั้งนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ เพิ่งย้ายมาเช่าอาคารแห่งนี้ทำศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ๒ เดือน เงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท และยังมีผู้ร่วมกันอีกคน ซึ่งเป็นชาวไต้หวัน ที่หลบหนีกลับประเทศไปได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งตำรวจออกหมายจับแล้ว
รองผบช.ทท. กล่าวอีกว่าสำหรับ การช่วยเหลือเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ถูกชาวไต้หวันหลอกเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทางการประเทศมาเลเซีย ส่งตัว นายเก ศูนย์กลาง อายุ 39 ปี นายอรรถกฤษ หล้าเชียงของ อายุ 23 ปี กลับมายังประเทศไทยแล้ว ซึ่งบุคคลทั้งสองนี้ มีหมายจับของ สน.บางเขน ตามหมายจับศาลอาญา ซึ่งจะดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยเหยื่อจากการถูกกระทำของแก็งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอพนักงานอัยการพิจารณาต่อไป
“สรุปผลการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน 3ครั้ง ครั้งที่ 1 ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 มกราคม จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 5 คน เป็นคนไต้หวัน 3 คน, คนมาเลเซีย 2 คน ครั้งที่ 2ประเทศกัมพูชาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 37 คน เป็นคนไต้หวัน 6 คน คนไทย 26 คน และ คนกัมพูชา 5 คน และ ครั้งที่ 3 ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 16 คน เป็นคนไต้หวัน 5 คน และคนไทย 11 คน รวมทั้งสิ้น 58 คน เป็นคนไต้หวัน 14 คน, คนไทย 37 คน คนมาเลเซีย 2 คน และคนกัมพูชา 5 คน” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว



