ยุทธการ “ปิดจ๊อบ”ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ เครือข่ายอาซื่อ-อาหวัง มาเลย์

21.02.18 | 00:56 น.

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.) ควบคุมชุดปฎิบัติการ ศูนย์ป้องกัน และปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.) พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ.(191) แถลงผลงานตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) สั่ง​​การสืบสวนขยายผลกลุ่มผู้กระทำผิดของเครือข่าย แก๊งอาซื่อ หรือ นายจู อี้ เต๋อ และอาหวัง หรือ นายหวัง ลู่ เฉิน ซึ่งเป็นลูกน้องเก่าของเครือข่ายนายเฉิน หยวน ไข่ ซึ่งย้ายมาตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์ กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดย ชุดปฏิบัติการ ฉปทน.ตร. บุกเข้าไปภายในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ย่านศรีเปอร์ตาลิ่ง กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พบคนไทยถูกขังให้เป็นพนักงานรับโทรศัพท์ จำนวน 11 คน และจับกุมชาวไต้หวัน 5 คน รวมหัวหน้าแก๊งค์ ทั้งหมด 16 คน จึงประสานความช่วยเหลือผ่านนางสาวนิภา นิรันดร์นุช อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

​​พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าจากการเข้าตรวจค้นภายในอาคารพบอุปกรณ์ทั้งโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมทั้งบัญชีรายชื่อเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ที่ยังอยู่ระหว่างการสื่อสารเพื่อรอโอนเงิน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโพยรายชื่อเหยื่อและรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง รวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อในแต่ละบริบท โดยพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ที่เป็นคนไทย จำวน 11 คน ​​มีหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม จำนวน 2 คน คือ นางติรวดี หรือติว​ลิ้มติ้ว​​อายุ 23 ปี และ ​​นายชัชนันท์ หรือเฟิร์น เกตุพันธ์ ​อายุ 26 ปี ​​และชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ควบคุม จำนวน 5 คน ระดับสั่งการ 2 คน ที่มีหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม คือ นายจู อี้ เต๋อ (อาซื่อ) หัวหน้าแก๊ง​สัญชาติไต้หวัน และ นายหวัง ลู่ เฉิน (อาหวัง) ​​สัญชาติไต้หวัน ข้อหา “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและกรรโชกทรัพย์” ทั้งนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ เพิ่งย้ายมาเช่าอาคารแห่งนี้ทำศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ๒ เดือน เงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท และยังมีผู้ร่วมกันอีกคน ซึ่งเป็นชาวไต้หวัน ที่หลบหนีกลับประเทศไปได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งตำรวจออกหมายจับแล้ว

รองผบช.ทท. กล่าวอีกว่าสำหรับ การช่วยเหลือเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ถูกชาวไต้หวันหลอกเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทางการประเทศมาเลเซีย ส่งตัว นายเก ​​ศูนย์กลาง ​อายุ 39 ปี นายอรรถกฤษ ​หล้าเชียงของ ​อายุ 23 ปี กลับมายังประเทศไทยแล้ว ซึ่งบุคคลทั้งสองนี้ มีหมายจับของ สน.บางเขน ตามหมายจับศาลอาญา ซึ่งจะดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยเหยื่อจากการถูกกระทำของแก็งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอพนักงานอัยการพิจารณาต่อไป

​​​ “สรุปผลการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน 3ครั้ง ​ครั้งที่ 1 ประเทศมาเลเซีย ​​เมื่อวันที่ 26 มกราคม  ​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 5 คน ​เป็นคนไต้หวัน 3 คน, คนมาเลเซีย 2 คน ​ครั้งที่ 2ประเทศกัมพูชา​​เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 37 คน ​เป็นคนไต้หวัน 6 คน คนไทย 26 คน และ คนกัมพูชา 5 คน ​และ ครั้งที่ 3 ประเทศมาเลเซีย​​เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 16 คน ​เป็นคนไต้หวัน 5 คน และคนไทย 11 คน ​รวมทั้งสิ้น 58 คน เป็นคนไต้หวัน 14 คน, คนไทย 37 คน คนมาเลเซีย 2 คน และคนกัมพูชา 5 คน” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

Advertisement