‘อัศวิน’เล็งรื้อตลาดผิด กม.ลงพื้นที่ตรวจเอง เจ้าของบ้านทุบรถเจรจาผ่านมือถือขอ กทม.ทำทันที (ชมคลิป)

21.02.18 | 14:01 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม. นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ และผู้บริหาร กทม.ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 37/208 ซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. หลังเกิดเหตุ “ป้าทุบรถ” จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นวงกว้าง โดยการเดินทางลงพื้นที่ของ พล.ต.อ.อัศวินวันนี้ เพื่อมาพูดคุยและทำความเข้าใจกับ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ อายุ 65 ปี ถึงกรณีที่เกิดเหตุดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อผู้ว่าฯกทม.เดินทางไปถึง ได้เดินไปกดกริ่งหน้าบ้านด้วยตนเอง เพื่อขอพบเจ้าของบ้านหรือตัวแทน ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่บ้าน เพราะเจ้าของบ้านเดินทางไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน จากนั้น พล.ต.อ.อัศวินได้โทรศัพท์ไปหา น.ส.บุญศรี เพื่อให้แจ้งความประสงค์และความช่วยเหลือที่เจ้าของบ้านต้องการต่อ กทม. โดยได้มีการเจรจาระหว่างกันผ่านโทรศัพท์ประมาณ 5 นาที พร้อมเปิดเสียงผ่านลำโพงโทรศัพท์ให้สื่อมวลชนรับทราบพร้อมกัน

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า “ตอนนี้ผมอยู่หน้าบ้านคุณป้าศรีเพื่อมาขอเจรจา ขณะนี้มีใครอาศัยอยู่ในบ้านหรือไม่ หรือตัวแทนเพื่อพูดคุย โดยวันนี้ กทม.อยากเดินทางมาเยี่ยมว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นมากแค่ไหน เพราะทราบจากทางสื่อมวลชนจึงอยากมาพูดคุยถึงวัตถุประสงค์หรือความต้องการ และลงพื้นที่มาดูข้อเท็จจริง พร้อมขจัดความเดือดร้อนว่า กทม.สามารถแก้ไขปัญหาหรือเยียวยาเจ้าของบ้านได้อย่างไรบ้าง วันนี้ก็พาสื่อมวลชนมาด้วย อยากจะมากินน้ำสักแก้ว แต่เจ้าของบ้านไม่อยู่ (หัวเราะ)”

Advertisement

ด้านนางบุญศรีกล่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า “1.ตลาดในบริเวณนั้นมีเยอะมาก อยากให้ผู้ว่าฯกทม.ช่วยนำตลาดที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารและจัดตั้งตลาดอย่างถูกต้องตามกฎหมายออกไป เพราะที่ผ่านมารบกวนผู้อยู่อาศัยโดยรอบ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 2.อยากให้ดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด และ 3.หากนำตลาดออกแล้วไม่อยากให้มีการก่อสร้างตลาดขึ้นอีก เพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย ประชาชนต้องการความสงบและพักผ่อน เพราะ กทม.มีพื้นที่ว่างอีกมาก และพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่พาณิชย์ อีกอย่างมันเกิดขึ้นมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่เขตและผู้ว่าฯกทม.คนเดิมก็ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา ขอให้ผู้ว่าฯกทม.คืนความสงบสุขให้กับชุมชนด้วย”

ต่อมา พล.ต.อ.อัศวินได้ตอบรับว่า “หลังจากนี้ กทม.จะนำไปพิจารณาตามเหตุผลว่าจะสามารถดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม กทม.ขอยืนยันว่าสิ่งที่คุณบุญศรีเดือดร้อน กทม.จะพยายามปัดเป่าความเดือดร้อนให้เร็วเท่าที่จะทำได้ อย่าไปพูดถึงอดีตที่มันชอกช้ำระกำใจ พูดไปก็เจ็บใจเปล่าๆ เอาตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมจะช่วยดำเนินการให้ ส่วนใดแล้วไปแล้วอย่าไปพูดถึงมัน กทม.จะหาทางแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต”

จากนั้น พล.ต.อ.อัศวินได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนลงพื้นที่ไปสำรวจตลาดทั้ง 5 แห่ง ที่อยู่บริเวณโดยรอบว่า ตลาดโดยรอบบริเวณ ประกอบด้วย ตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ 1.สวนหลวง 1 ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร แต่ไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการตลาดตามกฎหมาย ดังนั้น เมื่อไม่ได้ขออนุญาตจัดตั้งตลาดตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าของอาคารได้เสียภาษีหรือไม่ ส่วน 2.ตลาดเปิ้ล มาร์เก็ต และ 3.ตลาดยิ่งนรา ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารเป็นเชิงพาณิชย์ ถามว่าขายของอะไรก็ได้ใช่หรือไม่ ตอบว่าใช่ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ 4.ตลาดรุ่งวาณิชย์ ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาคาร พ.ศ.2522 และจัดตั้งกิจการตลาดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 เช่นเดียวกันกับ 5.ตลาดร่มเหลือง เป็นตลาดนัดที่รื้อแล้ว แต่กลุ่มผู้ค้ากลับมาขายใหม่

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว ดังนั้น กทม.ต้องขจัดปัดเป่าสิ่งเดือดร้อนให้เจ้าของบ้าน เช่น เสียงรบกวน มีกลิ่น ควัน แสงกระทบ ฯลฯ โดยตลาดที่ 2 และ 3 อยู่ระหว่างฟ้องร้องคดีกับศาล ส่วนนี้ กทม.จะไม่เข้าไปก้าวล่วงจนกว่าศาลจะมีคำสั่งหรือตัดสิน ส่วนตลาด 1, 4 และ 5 กทม.จำเป็นต้องสั่งระงับการขายทันที โดย กทม.จะออกบันทึกแจ้งให้กลุ่มผู้ค้าเตรียมตัวออกจากตลาด เนื่องจากอาคารไม่ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคารและจัดตั้งตลาดอย่างถูกกฎหมาย

“อย่างไรก็ตาม การสั่งให้หยุดขาย กทม.ไม่สามารถสั่งการได้ทันที เพราะผู้ค้ารื้อไม่ทัน เราต้องมีเหตุผล จะสั่งให้รื้อเดี๋ยวนี้ทันทีไม่ได้ ต้องมีเหตุผล แต่ว่าการจะให้ชาวบ้านย้ายออกจะต้องบอกล่วงหน้า ทั้งนี้ การอนุญาตให้ก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ.2556 ระบุไว้ว่าสามารถจัดสร้างอาคารอะไรก็ได้ เพียงแต่ขออนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งตลาดเปิ้ลมาร์เก็ตได้ก่อสร้างเป็นอาพาณิชย์ก็สามารถขออนุญาตได้” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว และว่า ทั้งนี้ กทม.ยืนยันว่าไม่ได้กำหนดโซนสีใหม่ ปัญหาทุกอย่างเชื่อว่าแก้ไขได้ ยกเว้นจะไม่ได้รับการแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามว่า กทม.ได้เห็นรายชื่อเจ้าของอาคารแล้วหรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่เห็นรายชื่อของเจ้าของตลาด กทม.จะไม่ยึดตัวบุคคล จะเป็นของใครก็ช่าง แต่ กทม.จะบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้อง และเจ้าของอาคารจะต้องทำตามระเบียบและข้อบังคับตามกฎหมาย ส่วนความกังวลว่าผู้ค้าจะเคลื่อนไหวหลัง กทม.สั่งหยุดการขายนั้น กทม.จำเป็นต้องพูดกับผู้ค้า ซึ่ง กทม.อาจจะพิจารณาหาพื้นที่ขายของใหม่ หากถามว่ากังวลหรือไม่ที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่ามีกลุ่มอิทธิพลหนุนหลังอยู่

“ไม่มีหรอก ไม่กังวลหรอก เพราะผมนี้แหละมีอิทธิพล” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว