เหนื่อยใจ จับยังไงก็ไม่หมด เหยี่ยวดง ล่อซื้อ เสือกระต่าย สัตว์ป่าสถานะวิกฤติใกล้สูญพันธุ์ พร้อมสัตว์ป่าคุ้มครองอื่นอีกเพียบ
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่า (ชุดเหยี่ยวดง) โดยนายนุวรรต ลีลาพตะ นายนาวี ช้างภิรมย์ พร้อมพวกร่วมกับสายตรวจสัตว์ป่าจังหวัดอุตรดิตถ์ นำโดยนายจักรพันธุ์ เพื่อนฝูง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย – เขาประดู่ นำโดยนายวาที วีระกิโกศล จนท.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.11 (พิษณุโลก) นำโดยนายมงคล คำสุขและ สพญ.ดุสิตา ชินเจริญดี , จนท. สปป.3 (ภาคเหนือ) และ จนท.ตำรวจ สภ.พญาแมน สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 61/1 หมู่ 7 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ตามที่ได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยมีนางสำราญ วิริยะวงษ์และนายวีระชาติ วิริยะวงษ์ เป็นผู้นำค้น ได้พร้อมสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากนายวีระชาติฯ ได้ประกาศขายสัตว์ป่าทางออนไลน์ ขายสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด เจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดงจึงได้สืบค้นรายละเอียด จนทราบข้อมูลชัดเจนแล้ว จึงได้วางแผนล่อซื้อเสือกระต่ายหรือแมวป่าหูยาวจำนวน 2 ตัว ราคาตัวละ 5 หมื่นบาท นัดส่งมอบของกันที่กรุงเทพฯ โดยได้แบ่งกำลังอีกส่วนหนึ่งเดินทางเข้าตรวจค้นบ้านพักดังกล่าวข้างต้นที่จ.อุตรดิตถ์ จนสามารถควบคุมตัวนางสำราญฯและนายวีระชาติฯ ได้พร้อมสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ นกแก้วหัวแพร 8 ตัว นกกวัก 1 ตัว นกตีนเทียน 1 ตัว นกขุนทอง 1 ตัว นกคุ้มสี 4 ตัว เป็ดลาย 7 ตัว เป็ดแดง 7 ตัว เหยี่ยวขาว 1 ตัว ลูกนกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง 2 ตัว และลูกนกแก้วหัวแพร 17 ตัว รวม 9 ชนิด จำนวน 49 ตัว มูลค่าประมาณ 34,200 บาท ไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ พญาแมนดำเนินคดีในข้อหาค้าและมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าต่อไป ของกลางมอบให้ สบอ.11(พิษณุโลก) เป็นผู้ดูแลรักษา ในขณะที่ทางกรุงเทพฯ ชุดเหยี่ยวดงได้ร่วมกับตำรวจ บก.ปทส.อายัดเสือกระต่ายจำนวน 2 ตัวที่นายวีระชาติฯได้จัดส่งไปให้ พร้อมคนขับรถทัวร์ที่บรรทุกเสือกระต่ายไปส่งยังจุดนัดหมาย เพื่อตรวจสอบยืนยันชนิดพันธุ์ ใช้ดำเนินคดีแก่นายวีระชาติและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับเสือกระต่ายนั้น เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่ปัจจุบันถูกกำหนดให้อยูในสถานะวิกฤติใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง เสือกระต่าย เป็นสัตว์ในตระกูลแมว เป็นสัตว์ป่าปราดเปรียว ทั้งตัวผู้และตัวเมียน้ำหนัก 4-6 กิโลกรัม มักอาศัยอยู่ในป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ หรือป่าเต็งรังที่ไม่รกชัฏนัก จับสัตว์ขนาดเล็กที่อาศัยบนพื้นดินกินเป็นอาหาร เช่น กระต่ายป่า, กบ, หนู, กิ้งก่า หรือนกที่อาศัยอยู่บนพื้นดินกินเป็นอาหารหลัก ออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน แต่มักพบบ่อยในช่วงเช้า และช่วงเย็น จากกายภาพที่มีขายาว แต่หางสั้นไม่สมดุลกันเช่นนี้ ทำให้แมวป่ามีการทรงตัวที่ไม่ดีเมื่ออยู่บนต้นไม้ ดังนั้นจึงไม่ค่อยปีนขึ้นไปบนต้นไม้นัก


