เมื่อเวลา 12.00 น.ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ลานเอนกประสงค์กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ ปส. ทหารค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายกฤษฎา หรือช้าง ชอบเสียง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/32 ถ.ปทุมลาดหลุมแก้ว อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 50,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง และรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีขาว 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กบ 3416 ราชบุรี โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
นายประภัสสร์ กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญนี้ เป็นผลมาจากการสนธิความร่วมมือระหว่าง เจ้าหน้าที่ปกครองของจังหวัดสมุทรสาคร ตำรวจภูธรจังหวัด ทหารค่ายกำแพงเพชรอัครโยธินและตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) เพื่อกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติให้หมดสิ้นไป และเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ค้ายาเสพติดใช้พื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นจุดพักยาเสพติด ตลอดจนยังเพื่อเป็นการขจัด ปราบปราม และป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย
พล.ต.ต.มานะ กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไปนี้ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ภ.จว.สมุทรสาคร ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนการจับกุมนักค้ายาเสพติดรายนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร ได้ให้สายลับติดต่อสั่งซื้อยาบ้าจากผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาค 7 โดยติดต่อกันประมาณ1 เดือน จนกระทั่งเมื่อเวลา 20.30 น.ของวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้ค้ายาเสพติดได้ขับรถรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีขาว 4 ประตู นำยาบ้ามาส่งให้สายลับ ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา สาขามหาชัย ม.4 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อรถคันดังกล่าวมาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตนเข้าตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 25 มัด ( 50,000 เม็ด) ซุกซ่อนอยู่ในรถ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
ด้านนายกฤษฎา ชอบเสียง อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมว่า ยาบ้าดังกล่าวตนไปรับมาจากทางชายแดนลาว ซึ่งเป็นเครือข่ายของเฮีย โดยได้รับค่าจ้างส่งยาบ้าเที่ยวละ 80,000 บาท เพื่อลักลอบนำไปส่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้ทำมาหลายครั้งแล้วจนกระทั่งถูกจับ
ทั้งนี้ในส่วนของผู้ต้องหานั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ทำการสอบสวนและส่งไปยังศาลจังหวัดสมุทรสาครแล้ว พร้อมกันนี้ก็จะได้ขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

