เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พล.ท.นพ.พร้อมพงษ์ พีระบูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภาวดี ออกเอกสารชี้แจงกรณีเฟซบุ๊กของ พ.ต.อ.พณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.ระยอง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาล (รพ.) วิภาวดี ที่ระบุว่าได้ทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกและเรียกเก็บเงินจำนวน 7.7 แสนบาท โดยไม่แจ้งเรื่องการใช้สิทธิรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินภายในเวลา 72 ชั่วโมง ให้ญาติรับทราบล่วงหน้านั้น เป็นการให้ข้อมูลเท็จ และยืนยันว่า รพ.วิภาวดี ได้ปฎิบัติตามขั้นตอนการรักษาตามมาตรฐานทุกด้าน และทีมทนายความของ รพ.วิภาวดี กำลังพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับเพจดังกล่าวแล้ว เนื่องจากข้อมูลที่เขียนอ้างมีความเป็นเท็จ ทำให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง
ทั้งนี้เอกสารชี้แจงดังกล่าวระบุว่า “จากกรณี Page Facebook ของนายพณาเจือเพชร์ กฤษณะราช ได้ลงข้อความเกี่ยวข้องกับคนไข้ และการดำเนินการให้บริการรักษาพยาบาลของ รพ.วิภาวดี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 นั้น รพ.วิภาวดี ขอชี้แจงประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้
ข้อเท็จจริงผู้ป่วยได้รับการรักษาทันทีภายหลังรับไว้ในโรงพยาบาลเวลาประมาณ 1.30 น.วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561ด้วยอาการปวดศีรษะ อาเจียน ซึ่งตอนที่คนไข้เข้าทำการรักษา โรงพยาบาลมีหนังสือสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
(สพฉ.) ที่ยืนยันว่าไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉิน
โดยแพทย์อายุรกรรมทำการปรึกษาอายุรแพทย์ระบบประสาท ถึงอาการคนไข้ ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. ผู้ป่วยมีอาการซึมลง อายุรแพทย์ระบบประสาทเจ้าของไข้ ซึ่งได้สั่งให้มีการเอกซ์เรย์สมอง และให้ย้ายเข้า ICU และได้ร้องขอให้ศัลยแพทย์ประสาทวิทยาช่วยมาดูแลผู้ป่วยซึ่ง ศัลยแพทย์ประสาทวิทยา ได้เข้ามา และรีบทำการผ่าตัดทันที ซึ่งอายุรแพทย์ได้พูดคุยกับญาติของผู้ป่วยที่เป็นแพทย์เช่นกัน และแพทย์ท่านดังกล่าวเข้าใจรายละเอียด และความจำเป็นตั้งแต่ก่อนเริ่มกระบวนการผ่าตัด รายละเอียดต่อไป มีดังนี้
1.ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการผ่าตัดใหญ่ที่เกี่ยวกับสมอง 2 ครั้ง และการฉีดสีเส้นเลือดสมองสองครั้งภายใน 24 ชั่วโมง โดย การผ่าตัดครั้งแรกทำหลังจากผู้ป่วยมีระดับการรู้สึกตัวลดลงเป็นการผ่าตัดลดความดันในกะโหลกศีรษะจนผู้ป่วยกลับมารู้สึกตัว ต่อมาได้ทำการฉีดสีดูลักษณะของหลอดเลือดสมองว่ามีความผิดปกติอย่างไร จึงพบว่าผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดในสมองโป่งพอง จึงได้ผ่าตัดครั้งที่ 2 เพื่อหนีบเส้นเลือดที่ผิดปกติป้องกันไม่ให้เส้นเลือดนั้นแตกอันเป็นอันตรายถึงชีวิต จากข้อมูลที่ได้จากการฉีดสีในขณะนั้น พิจารณาว่าการซ่อมแซมหลอดเลือดโดยการสอดขดลวดเข้าไปทำอันตรายกว่าการผ่าตัดหนีบเส้นเลือด ต่อมาเมื่อเข้าผ่าตัดแล้วพบว่าการแก้ไขหลอดเลือดในผู้ป่วยรายนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด จึงพิจารณาว่าควรมีการใส่ขดรวดเพิ่มเติมโดยทำต่อจากการหนีบหลอดลวดบางส่วนแล้ว เมื่อสิ้นสุดการผ่าตัดจึงได้ส่งผู้ป่วยทำการฉีดสีประเมินหลอดเลือดอีกครั้ง ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยรายนี้โดยสอดขดลวด โดยที่ในระหว่างผ่าตัดนั้น ศัลยแพทย์ได้ปรึกษาแนวทางการรักษาและวางแผนร่วมกันกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลรัฐบาล ทำให้ได้รับการรักษาต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว เพราะข้อมูลที่จำเป็นได้ถูกถ่ายทอดไปยังทีมดูแลแล้ว
2.ศัลยแพทย์ประสาทวิทยาคุยกับญาติทันทีที่การผ่าตัดและการฉีดสีครั้งแรกเสร็จสิ้น และแนะนำว่า การผ่าตัดหรือการใส่ขดลวดมีค่าใช้จ่ายมาก อีกทั้งขณะที่อธิบาย ในช่วงเวลานั้น คนไข้ก็ตื่นดีแล้ว ญาติสามารถพาผู้ป่วยไปใช้สิทธิที่โรงพยาบาลต้นสังกัดได้ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ทั้งนี้แนะนำให้ญาติไปติดต่อดูว่า โรงพยาบาลต้นสังกัดสามารถใส่ขดลวดได้เองหรือไม่ ญาติตัดสินใจไม่ไป ขออยู่รักษาต่อที่เดิม (มีหนังสือลงนามยินยอมให้รักษาต่อ)
3.การผ่าตัดรักษาหรือการใส่ขดลวดในสมอง เป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงสูงมาก ค่าใช้จ่ายมาก อัตราเสียชีวิตสูง แต่ผู้ป่วยรายนี้รอดชีวิตและยังไม่มีความพิการใดๆ อีกด้วย
4.โรงพยาบาลมีหนังสือ สพฉ.ที่ยืนยันว่าไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉิน มีหนังสือญาติลงลายมือปฏิเสธไปโรงพยาบาลต้นสังกัด โดยยินยอมทำการรักษาต่อที่ รพ.วิภาวดี ซึ่งโรงพยาบาลมีระบบในการชี้แจงค่าใช้จ่ายให้ญาติคนไข้ทราบตามปกติ
5.โรงพยาบาลมีบันทึกการผ่าตัด และการติดต่อระหว่าง รพ.วิภาวดี กับ รพ.ศิริราช อย่างใกล้ชิด สามารถตรวจสอบได้ ตามที่โรงพยาบาลเคยทำงานร่วมกับ สพฉ. พบว่า หากไม่แน่ใจว่าฉุกเฉินหรือไม่ มักจะแจ้งว่าฉุกเฉิน แต่ผู้ป่วยรายนี้ สพฉ.ออกหนังสือตั้งแต่ต้นว่าไม่เข้าเกณฑ์
6.ในระหว่างที่ผู้ป่วยรับการรักษา และวางแผนการรักษาร่วมกันกับญาตินั้น ผู้โพสต์ไม่เคยเข้ามาโรงพยาบาล และไม่เคยปรากฏว่ามีการติดต่อทีมรักษาเพื่อรับทราบข้อมูลในช่วงเวลานั้นเลย
ศัลยแพทย์ประสาทวิทยาที่เข้ามาทำการผ่าตัด ได้อธิบายผลการผ่าตัด ตามข้อ 1 และประสานการส่งคนไข้ไป รพ.ศิริราชให้เป็นการส่วนตัวตั้งแต่ในห้องผ่าตัด วันรุ่งขึ้น โรงพยาบาลจึงได้นำรถพยาบาลพร้อมแพทย์ไปส่งคนไข้ไป รพ.ศิริราช โดยแพทย์ที่รู้จักศัลยแพทย์ประสาทวิทยา รับเป็นเจ้าของไข้ดูแลต่อให้ ซึ่งการประสานงาน ส่งตัวคนไข้เข้ารับการรักษาต่ออย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยชีวิตคนไข้นั้น เป็นการให้การรักษาแบบขั้นสูง ที่ทีมแพทย์ของ รพ.วิภาวดี ได้คิดถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลัก
ในคืนเดียวกัน ประมาณตี 1 เศษ ศัลยแพทย์ประสาทวิทยาได้ทำหนังสือ 2 ฉบับ ฉบับแรกสรุปประวัติให้ รพ.ศิริราช เพื่อรักษาต่อเนื่อง ฉบับที่ 2 สรุปประวัติให้พยาบาลและญาติใช้ติดต่อ รพ.มงกุฎวัฒนะ เพื่อทำหนังสือส่งสิทธิไปที่ รพ.ศิริราช เพื่อความรวดเร็วในการรับการรักษา (โดยญาติมิได้ร้องขอใดๆ เลย)
ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่ รพ.วิภาวดี ได้ดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย เป็นขั้นตอนตามการดำเนินของโรคที่มีความซับซ้อน การเป็นโรงพยาบาลและเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ย่อมต้องมีจริยธรรมตามที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อการรักษาชีวิตผู้ป่วยเป็นสำคัญอยู่แล้ว ยากที่จะปฎิบัติไปในเชิงธุรกิจ และทีมทนายความของ รพ.วิภาวดี กำลังพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย กับ Page ดังกล่าวแล้ว เนื่องจากข้อมูลที่เขียนอ้าง มีความเป็นเท็จ ทำให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง”

