เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นายณรงค์ คงคำ รองปลัดพม. ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้บริหารที่ถูกพาดพิงในโซเชียลมีเดีย กล่าวถึงกรณีเพจเฟซบุ๊กดังแห่งหนึ่ง ขึ้นรูปผู้บริหารกระทรวงพม. 2 คน พร้อมระบุข้อความว่าเป็นอยู่เบื้องหลังการทุจริตเงินคนจน กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าไม่มีเงินทอนแน่นอน และพร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ หากพบมีมูลความผิดก็พร้อมที่จะรับโทษกับฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีที่รมว.พม.เตรียมตั้งคนนอกมาเป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีกระแสข้าราชการระดับสูงเกี่ยวข้องนั้น ส่วนตัวไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ แต่เป็นการดีที่จะได้ให้ข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ตั้งแต่ที่ สตง.ส่งเรื่องมาให้พม.ตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2560 นั้น ก็มีการตั้งกรรมการสอบ โดยมีว่าที่ร.ต.ศรัณย์ สมานพันธ์ รองปลัดพม.ขณะนั้นเป็นประธานสอบ โดยสตง.ระบุให้มีการตรวจสอบทั้งในระดับพื้นที่ ซึ่งพบว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้องในพื้นที่จ.ขอนแก่น และเชียงใหม่ จึงได้ส่งเรื่องให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ดำเนินการตามกระบวนการต่อ
รองปลัดพม.กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ในหนังสือของสตง.ยังให้มีการสอบผู้บริหาร 2 คน คือ ตนในขณะนั้นซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจราชการพม. และนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดี พส. ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงถึงอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและกระบวนการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ทราบว่ามีการสรุปผลสอบเป็นอย่างไร เพราะไม่มีการแจ้งให้ทราบ แต่ถือว่าได้แจ้งข้อเท็จจริงไปหมดแล้ว ทั้งนี้ เรื่องนี้น่าเชื่อว่าเป็นการดิสเครดิตตนและนายพุฒิพัฒน์ เพราะเป็นช่วงแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของ พม. แต่ก็บริสุทธิ์ใจที่จะให้มีการตรวจสอบ
นายณรงค์กล่าวต่ออีกว่า สำหรับร�ะเ�บียบการจ่ายเงินสงเคราะห์ ของพส.จะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ 1.การจ่ายให้กับบุคคลโดยตรง รายละไม่เกิน 3 พันบาท ใน 1 ปีไม่เกิน 3 ครั้ง 2. จ่ายเป็นสิ่งของ และ 3.จ่ายผ่านการรวมกลุ่มของผู้ยากไร้ดำเนินการเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยพิจารณาจากความจำเป็น ความต้องการของผู้รับ ดังนั้นกรณีที่ป.ป.ท. ไปถามรายบุคคลอาจจะเห็นว่าไม่ได้รับเงิน และเป็นช่องเชื่อมโยงว่ามีการทอนเงินให้กับผู้อยู่เบื้องหลัง แต่จริงๆ แล้วเป็นการจ่ายผ่านกลุ่มเหมือนที่ขอนแก่น ที่พบภายหลังว่าผู้นำกลุ่มได้นำเงินไปซ่อมศาลาสวดศพ ซึ่งผิดระเบียบการเงินการคลัง ซึ่งเงินที่หายไปเหล่านี้ ป.ป.ท.ก็ยังไม่ปรากฏข้อเท็จริงเลยว่าเป็นเงินจ่ายผ่านกลุ่มหรือไม่
“ทราบว่าพส.ที่ลงตรวจสอบในหลายพื้นที่ ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร จึงเชื่อว่าระเบียบการเบิกจ่ายเงินสามารถใช้ได้ แต่อาจต้องไปทบทวนการปฏิบัติให้เข้มงวด เพราะหลายๆพื้นที่อาจพลาดในขั้นตอนการมอบเงิน ซึ่งมักให้ผ่านตัวแทนกลุ่ม ไม่ได้จ่ายกับมือทุกคน” รองปลัดพม.กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นและมีการโจมตีมาถึงตน ส่วนตัวยังไม่คิดจะฟ้องร้องกลับแต่อย่างใด คิดว่าเป็นการดีที่จะได้พูดความจริง และไม่ได้รู้สึกท้อ แต่อยากบอกให้นำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วน ไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเหมารวมว่าข้าราชการ เจ้าหน้าที่พม.ที่มีกว่าหมื่นคนว่าผิดทั้งหมด ทั้งๆ ที่มีเพียงคน 4-5 คนเท่านั้นที่ทำเช่นนี้

