พ่อเชื่อ ‘น้องแอ๋ม’ ฟังการสอบพยานเอาผิดทีม ‘เปรี้ยว หั่นศพ’ เผยไฟดับขณะครอบครัวผู้ต้องหาขอโทษ

22.02.18 | 22:54 น.

เมื่อเวลา 13.15 น.วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์คณะผู้พิพากษา ยังคงเบิกตัวผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ประกอบด้วย จำเลยที่ 1 น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย, จำเลยที่ 2 น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิน, จำเลยที่ 3 น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนท์, จำเลยที่ 4 นายวศิน นามพรม และจำเลยที่ 5 น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ โดยวันนี้เป็นการนัดสอบคำให้การฝ่ายโจทก์ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 8 ชั้น 3 โดยฝ่ายโจทก์ และจำเลย เดินทางมาตามการนัดหมายของศาลครบทุกคน โดยในช่วงเช้าของวันนี้ พนักงานอัยการ และทนายความฝ่ายโจทก์ ได้เบิกตัว น.ส.อภิชญา จันทูน หรือบ๊อบบี้ ซึ่งอยู่กับ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม เป็นคนสุดท้ายก่อนที่จะหายตัวไป เข้าสอบคำให้การ ต่อด้วย น.ส.พิชชาภา คำเพิงใจ แม่ของน้องแอ๋ม ผู้เสียชีวิต จากนั้นเป็นการสืบพยานต่อเนื่องคือ น.ส.ประภาศิริ ประสมศรี พี่สาวของ น.ส.เปรี้ยว

นายบุญยง แก้วฝ่ายนอก ทนายความ ของ น.ส.อภิวันทน์ กล่าวว่า 2 วันที่ผ่านมา ฝ่ายโจทก์ได้เบิกพยานเข้าสอบคำให้การไปแล้ว 3 ปาก ประเด็นสำคัญที่ทีมทนายฝ่ายโจทก์จะต่อสู้กับฝ่ายจำเลย คือข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งทีมทนายฝ่ายจำเลยได้ซักค้านเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยก่อเหตุโดยไม่เจตนา และไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ยอมรับว่าได้ร่วมกันรอบฝังซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพตามที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา

ด้านนายสุชาติ คำเพิงใจ อายุ 44 ปี พ่อเลี้ยงของน้องแอ๋ม กล่าวว่า ก่อนสอบคำให้การวันนี้ พ่อ และแม่ของนายวศิน นามพรม จำเลยในคดีนี้ ได้เข้ามาขอโทษกับทางครอบครัว โดยได้พากันเดินออกมาจากหน้าห้องพิจารณาคดีเพื่อพูดคุยกันอยู่ที่หน้าห้องน้ำ ห่างจากห้องพิจารณาคดีไม่มากนัก ซึ่งพูดคุยกันนั้นส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องของน้องแอ๋ม

“ผมจึงบอกไปว่าเรามาพูดแบบนี้ ถ้าน้องแอ๋มยังมีชีวิต แอ๋มไม่พอใจแน่ พูดไม่ทันขาดคำก็เกิดไฟดับทั่วทั้งบริเวณที่ยืนอยู่ ผมจึงบอกว่า นี่แหละคือน้องแอ๋ม ที่มาฟังเราสอบคำให้การในชั้นศาลทุกวัน เพราะที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ถ้าพูดถึงน้องแอ๋ม จะมีเหตุการณ์ไฟดับเกิดขึ้นตลอด ผมจึงบอกว่าให้เลิกพูดเรื่องนี้ แค่พ่อแม่ของวศินมาขอโทษเรา เราก็ดีใจแล้ว หลังจากที่หยุดพูดประมาณ 5 นาที ไฟก็ติด” นายสุชาติ กล่าว

Advertisement

นายสุชาติกล่าวอีกว่า เมื่อแม่น้องแอ๋มเริ่มพูดถึงน้องอีกครั้ง ไฟก็เกิดดับขึ้นมาอีก ทุกคนจึงแยกย้ายกันออกมาจากศาล ส่วนสภาพจิตใจของครอบครัว โดยเฉพาะแม่แอ๋มขณะนี้ดีขึ้นจากเมื่อก่อนมาก กว่าจะทำใจได้ไม่เป็นอันได้ทำงานทำการ มีอาการซึมเศร้า และพูดพึมพำคนเดียว ส่วนการต่อสู้ทางคดีนั้น ให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายครอบครัวเราเอาความจริงมาสู้เท่านั้น