เชื่อผิด-ทำผิด ล่าตัวนิ่มในป่า ทำเมนูพิสดาร

24.02.18 | 08:30 น.

เชื่อผิด-ทำผิด
ล่าตัวนิ่มžในป่า
ทำเมนูพิสดาร

ตัวลิ่นหรือนิ่ม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Pangolin มาจากภาษามาเลย์ penggulung ที่แปลว่า นักกลิ้ง มาจากเทคนิคการป้องกันตัวของตัวลิ่นที่จะม้วนตัวเป็นก้อนกลมๆ เวลาตื่นตกใจ

ตัวลิ่นเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวในโลกที่มีเกล็ด แถมไม่มีฟัน และบดอาหารด้วยหนามเคราตินในกระเพาะอาหาร

ตัวลิ่นมี 8 ชนิดทั่วโลก 4 ชนิดพบในเอเชีย อีก 4 ชนิดพบในแอฟริกา แต่สามารถแยกได้ด้วยการสังเกตขนอ่อนๆ ระหว่างเกล็ดที่พบเฉพาะในพันธุ์เอเชีย

ลิ่นมีลิ้นที่ยาวเป็นพิเศษ ยาวกว่าความยาวหัวและตัวรวมกันเสียอีก นอกจากนี้ ก็ยังเหนียวหนึบไว้สำหรับดูดจับกินแมลงโดยเฉพาะ

Advertisement

มีการประมาณว่า ลิ่นกินมดและแมลงตามพื้นวันละประมาณ 23,000 ตัว เท่ากับว่ามันช่วยกำจัดมดและแมลงถึงปีละ 7 ล้านตัวเป็นอย่างน้อย

ปัจจุบันตัวลิ่น จัดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถูกลักลอบค้าอย่างผิดกฎหมายมากที่สุดในโลก ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีการประมาณว่ามีลิ่นถูกล่าจากธรรมชาติมากถึง 1 ล้านตัว

เกล็ดลิ่นเป็นที่ต้องการของตลาดยาแผนโบราณ ในขณะที่เนื้อก็ยังเป็นอาหารแปลกสำหรับคนบางกลุ่ม

นายเพชร มโนปวิตร รองหัวหน้ากลุ่มงานอนุรักษ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไอยูซีเอ็น) กล่าวว่า ปัจจุบันมีการศึกษาเรื่องลิ่น หรือตัวนิ่มน้อยมาก ข้อมูลของสัตว์ที่น่าสงสารชนิดนี้จึงมีไม่มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นสถิติการตรวจยึดตัวนิ่ม ที่มีการลักลอบค้าขายกันแต่ละครั้งมีไม่น้อยเลย

เมื่อก่อนเรามักจะได้ยินว่า พวกพ่อค้าแอบไปจับตัวนิ่มมาจากมาเลเซียบ้าง อินโดนีเซียบ้าง โดยมีประเทศไทยเป็นทางผ่าน ที่จะไปสู่ประเทศลูกค้า แต่ต่อมาทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซียเริ่มหายากขึ้น กลุ่มพ่อค้าจึงหาแหล่งใหม่คือ จากประเทศแอฟริกาแทน แต่ประเทศไทยก็ยังคงเป็นทางผ่านสำหรับนำส่งตัวลิ่นไปประเทศที่สามไม่เปลี่ยนแปลง สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเพราะ ในประเทศไทยเองอาจจะมีลูกค้าลับๆ ที่แอบรับซื้อเนื้อลิ่น เพื่อบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างชาวจีนก็ได้ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ีการจับร้านอาหารจีนกลางกรุงเทพฯที่มีเมนูพิเศษคือ เนื้อลิ่นหม้อไฟ ที่แอบเสิร์ฟนักท่องเที่ยวจีน แสดงให้เห็นว่า ยังมีความต้องการกินเนื้อสัตว์ชนิดนี้อยู่อีกไม่น้อยลงเลยŽ

ในการจับการลักลอบค้าตัวนิ่มได้แต่ละครั้งนั้น อยากให้เห็นสภาพพวกเขามาก เรียกได้ว่า โหดร้ายทารุณอย่างยิ่ง หลายครั้งที่เราเห็นลังขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ตัวนิ่มถูกยัดเข้าไปเบียดเสียดกันเป็นร้อยตัว อดน้ำ อดอาหาร 3 วัน 4 วัน เดินจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ร้ายไปกว่านั้นคนจับนิ่มยังจับนิ่มกรอกแป้งเพื่อทำน้ำหนักให้ได้ราคา บางตัวเป็นนิ่มแม่ลูกอ่อนมีลูกเล็กๆ มันก็จับอัดกันมาทั้งแม่ทั้งลูก อนาถใจมาก เจ้าหน้าที่ผู้หญิงบางคนเห็นแล้วถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ทีเดียว ยิ่งเห็นดวงตาแป๋วๆ ของลูกนิ่มตัวเล็กๆ แล้ว สะเทือนใจมากŽ รองหัวหน้ากลุ่มงานอนุรักษ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไอยูซีเอ็น กล่าว

นายเพชรกล่าวด้วยว่า ที่ฮ่องกงมีรายงานการจับกุมเข้ายึดซากของตัวนิ่มมากถึง 4.4 ตัน ถูกบรรจุไว้ในห่อพลาสติก ธุรกิจการลักลอบค้าตัวนิ่มแบบผิดกฎหมายนี้ทำรายได้มากถึงหลายล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ทุกวันนี้ตัวนิ่มกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของการล่า และพวกมันต้องการการปกป้องคุ้มครองไม่ต่างจากช้างและแรด
ปัจจุบันลิ่นทั้ง 8 ชนิดถูกคุกคามจนใกล้สูญพันธุ์และถูกขึ้นบัญชีไซเตส Appendix 1 หมายความว่าห้ามค้าระหว่างประเทศอย่างเด็ดขาด ลิ่นพันธุ์ชวาและลิ่นพันธุ์จีน ซึ่งเป็นสองชนิดที่พบได้ในประเทศไทยมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critally endangered) ตามบัญชีแดงว่าด้วยสัตว์ที่ถูกคุกคามระดับโลก IUCN Red List of Threatened Species

แม้หลายประเทศจะมีกฏหมายคุ้มครองลิ่น แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งความพยายามในการล่าและลักลอบค้าสัตว์มหัศจรรย์ชนิดนี้

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ตลอดปี 2559 ถึงเดือนตุลาคม 2560 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศสามารถตรวจยึดและจับผู้ต้องหาที่ลักลอบขนตัวลิ่น หรือตัวนิ่ม ได้ถึง 870 ตัว เกร็ดลิ่น รวม 1,489.6 กิโลกรัม ได้ผู้ต้องหารวม 40 คน

ตัวลิ่นที่เราตรวจยึดมาได้นั้น ส่วนใหญ่จะตาย เหลือรอดไม่ถึง 10% เพราะพวกมันบอบช้ำอย่างหนักระหว่างการขนส่ง เบียดเสียดเยียดยัด อดน้ำ อดอาหาร เข้าใจว่า เขาจะไม่ค่อยคำนึงว่าระหว่างการขนส่งนั้นพวกมันจะรอดไหม เพราะต้องการเกล็ดเป็นหลัก ได้ยินมาว่าในตลาดมืดราคาเกล็ดลิ่นสูงเป็นหมื่นบาทกันเลยŽ นายปิ่นสักก์กล่าว

นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ปัจจุบันการบริโภคเนื้อของตัวนิ่มยังเป็นที่นิยมในประเทศเพื่อนบ้าน มักนำเนื้อไปประกอบอาหารกับเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรงเพื่อช่วยดับกลิ่น

แต่ต้องบอกตามตรงว่าเนื้อของตัวนิ่มนั้นไม่ได้มีรสสัมผัสพิเศษและคุณค่าทางโภชนาการตามหลักวิชาการหรือวิทยาศาสตร์ ส่วนความเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศหรือ ยาโด๊ปž เป็นความเชื่อที่ผิดเพราะเนื้อของตัวนิ่มไม่มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศ น่าจะเป็นส่วนประกอบอื่นที่นำมาผสมกับตัวนิ่มมากกว่าที่มีสรรพคุณนั้น ส่วนเกล็ดของตัวนิ่มมักนำไปตุ๋นจนเปื่อยกับเครื่องปรุงรสอื่น ซึ่งรสชาติไม่ได้ดีเลิศเลอ หากกินเข้าไปก็เหมือนกินเล็บเท้าตัวเองนั่นแหละŽ

ตัวนิ่มส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยังไม่ได้กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเหมือนไทย ทำให้สามารถจับหรือล่าตัวนิ่มได้ง่าย เพียงเผาไฟหรือเอาสุนัขไปเห่า ตัวนิ่มก็จะหดตัวตามสัญชาตญาณ ก่อนเข้าไปจับตามพื้นที่ป่า จากนั้นตัวนิ่มที่จับได้จะลักลอบเข้ามายังประเทศไทยเพื่อเป็นทางผ่านไปยังประเทศอื่น ซึ่งไทยมีกฎหมายเป็นสัตวป่าคุ้มครอง เราจึงเห็นข่าวการจับตัวนิ่มได้อย่างต่อเนื่องŽ

นายสัตวแพทย์ชื่อดังกล่าวทิ้งท้าย