รวบ 3 ผู้ต้องหา ตั้งวงแชร์ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ’บ้านแม่มัดออมเงิน ออมทอง’ตุ๋นเหยื่อลงทุน สูญกว่า 50 ล้าน

24.02.18 | 14:18 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาแชร์ลูกโซ่ 3 ราย คือ น.ส.สำรวม ฮัมเมลล์ อายุ 32 ปี น.ส.ดาวัน มานะ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 2661/2560 และ 2662/2560 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ในข้อหา โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ น.ส.ฉลอง ซุยเจริญ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลกบินทร์บุรี เลขที่ 72/2553 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2553 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง

พล.ต.ต.ภาณุมาศเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้เสียหายหลายรายว่าได้ร่วมลงทุนกับเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ “บ้านแม่มัดออมเงิน ออมทอง” โดยมี น.ส.สำรวม เป็นเท้าแชร์และเจ้าของเพจ โดยมีจำนวนสมาชิกกว่า 800 คน และจำนวนสมาชิกในแอพพลิเคชั่นไลน์กว่า 300 คน พฤติการณ์จะหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน​มากเพื่อเล่นแชร์ ก่อนจะปิดเฟซบุ๊กหนีไป ความเสียหายอยู่ที่คนละ 1-2 แสนบาท มูลค่าความเสียหายทั้งหมด 50 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีทั้งคนไทยและคนประเทศออสเตรเลียรวมอยู่ด้วย

น.ส.ลี่ (นามสมมุติ)​ อายุ 40 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ร่วมลงเงินค่าแชร์กับพี่สะใภ้ เป็นเงิน 4 แสนบาท โดยเพจดังกล่าว เปิดเมื่อช่วงเดือน ก.พ.60 ซึ่งมีผู้ร่วมลงทุนจำนวนมาก โดยผู้ต้องหาจะใช้วาจาหว่านล้อมให้ร่วมวางเงินเพื่อนำไปประกอบธุรกิจที่จะได้รับเงินปันผลจำนวนมากกลับมา พร้อมสร้างตัวตนโดยการแอบอ้างว่ารู้จักกับตำรวจ-ทหาร ในพื้นที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ด้วยการถ่ายภาพเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จึงทำให้มีผู้เสียหาจำนวนมากหลงเชื่อโอนเงินให้ แต่กลับไม่ได้ผลตอบรับตามที่ตกลงกันไว้ ก่อนผู้ต้องหาจะปิดเฟซบุ๊กหนี ในเดือน ส.ค.60 และติดต่อไม่ได้ กระทั่งตำรวจจับตัวได้ดังกล่าว

น.ส.ลี่เผยอีกว่า ก่อนหน้าที่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้รับปากจะชดใช้เงินคืนให้ แต่ไม่ครบถ้วนตามจำนวน และก่อนปิดเฟซบุ๊กหนีก็ได้มีการถอนเงินออกจากบัญชีธนาคาร ประณ 30 ล้านบาท กระทั่งกลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวเพื่อฟ้อง ปปง.ให้อายัดทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแล้ว ส่วนผู้เสียหายอีกหลายรายที่อยู่ประเทศออสเตรเลียก็กำลังเดินทางมาเพื่อแจ้งความเพิ่มอีกเช่นกัน

Advertisement

เบื้องต้น ทางผู้ต้องหาจะหาเงินมาชดใช้ให้ผู้เสียหายทั้งหมดจนครบตามจำนวน ส่วนตำรวจจะนำตัวฝากขังศาลอาญารัชดาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ต่อไป