เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับเอกสารจากผู้หวังดีที่นำส่งมายังสำนักงานข่าว จ.ขอนแก่น โดยวางไว้บริเวณประตูทางเข้าซึ่งห่อหุ้มมาด้วยซองสีน้ำตาลอย่างมิดชิด โดยเป็นแผ่นซีดีบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพของผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแห่งหนึ่งและเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ที่กำลังมีเรื่องร้องเรียนอยู่ในขณะนี้
จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเป็นภาพที่มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯช่วยกันขนเอกสาร จำนวนมากจากศูนย์คุ้มครองฯไปขึ้นรถของผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อนำกลับไปที่บ้านพักส่วนตัว โดยมีน้องสาวและเจ้าหน้าที่บางส่วนอยู่ภายในบ้านพัก เพื่อทำการร่วมปลอมลายมือชื่อของชาวบ้านลงในใบสำคัญรับเงิน และปลอมแปลงเอกสารทางการเงินและเอกสารต่างๆเกี่ยวกับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย และผู้ป่วยเอดส์ ของกระทรวงแห่งหนึ่ง อีกทั้งในภาพยังคงมีการบันทึกภาพข้อความและลายมือชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่คล้ายกับเป็นคนคนเดียวกันเขียน
ทั้งนี้ ภาพทั้งหมดยังสื่อถึง เอกสารจำนวนมากวางอยู่บนโต๊ะเป็นกองใหญ่ มีเครื่องปริ๊น และอุปกรณ์ต่าง โดยที่น้องสาวของผู้อำนวยการฯ สวมชุดเหลืองจะทำหน้าที่ปลอมลายมือชื่อและลายเซ็นลงในใบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และใบสำคัญรับเงิน ส่วนเจ้าหน้าที่อื่นๆก็จะช่วยกันในลักษณะที่คล้ายกัน รวมทั้งการช่วยกันกรอกข้อมูลลงในแบบสำรวจข้อมูลผู้ประสบปัญหาทางสังคม โดยทุกคนจะช่วยกันกรอกข้อมูลโดยปลอมข้อมูลต่างๆ ขึ้นเพื่อให้ดูยากจน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดจะมีการนำส่งมอบให้กับ ป.ป.ท.เขต 4 ขอนแก่นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ขณะที่ น.ส.ณัฐกานต์ อายุ 26 ปี อดีตลูกจ้างศูนย์ฯ กล่าวว่า หลังจากที่ถูกเลิกจ้างจากศูนย์ฯดังกล่าวโดยไม่เป็นธรรม โดยสาเหตุมาจากการไม่ยอมร่วมมือในการปลอมแปลงเอกสารและร่วมขบวนการการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ โดยขณะนี้ตนเองและครอบครัวได้ยื่นเรื่องไปที่ศาลปกครองขอนแก่น โดยศาลได้ประทับรับฟ้องและเข้าสู่ขั้นตอนของการไต่สวนแล้ว
“ในช่วงปีงบประมาณ 2559-2560 ที่ขณะนั้นยังเป็นลูกจ้างของศูนย์ฯอยู่ เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ตนเองนั้นปลอมลายเซ็นชาวบ้าน โดยนำลายเซ็นของชาวบ้านที่รับรองสำเนามาถูกต้องไปแปะที่กระจกใสที่มีแสงส่องแล้วจะมองเห็นเป็นลายเซ็นแล้วให้เขียนตามลงในเอกสารเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย และผู้ป่วยเอดส์ เมื่อพบอย่างนั้นจึงตัดสินใจแน่ชัดว่าจะไม่ทำอีก เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และผิดกฎหมาย พอไม่ยอมทำตามก็ถูกกดดันจากผู้อำนวยการฯ และเจ้าหน้าที่ของศูนย์ ทั้งกิริยาและคำพูด จนกระทั่งถูกเลิกจ้างดังกล่าว”

