จากกรณีที่ น.ส.ปณิตา ยศปัญญา อายุ 23 ปี นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ออกมาเปิดเผยข้อมูลและพฤติกรรมของ ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ว่ามีการทุจริตเงินสงเคราะห์คนมีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอดส์ จนนำไปสู่การตรวจสอบการทุจริตศูนย์คนไร้ที่พึ่งฯ ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงสะเทือนไปถึงการเปิดโปงการทุจริตของ 2 บิ๊กข้าราชการในกระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ล่าสุด น.ส.ปณิตา ได้ออกมาร้องว่า ครอบครัวญาติพี่น้องถูกคุกคาม รวมถึงถูกอาจารย์ในมหาวิทยาลัยบางคนตำหนิว่าสร้างความเสื่อมเสียให้สถาบันนั้น
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและสตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ปัญหาทุจริตในสังคมไทย เป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ พอมีคนรุ่นใหม่ ซึ่งไปรู้เห็น แล้วรู้สึกว่าตัวเองเดือดร้อน อยากแก้ไข เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ถือว่า เราได้ของมีค่าทางสังคมมา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและน่าปลื้มใจ
“เชื่อว่าสิ่งที่น้องนิสิตคนนี้นำเสนอต่อสาธารณะ มีเค้าความจริงเยอะมาก เพราะน้องไม่ได้ขัดแย้งกับใครในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่สิ่งที่น้องเห็นคือ มีคนยากจนเสียประโยชน์มากมายมหาศาล จากเจตนาอันบริสุทธิ์ของน้อง เป็นสิ่งที่สังคมต้องตอบรับ โดยเฉพาะสังคมที่ใกล้ชิดกับน้องที่สุด คือ มหาวิทยาลัย ที่ต้องมองน้องในฐานะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด ต้องดูแลปกป้องต่อยอดให้เติบโต เพราะเป็นคุณค่าที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในยุคนี้” นางทิชา กล่าว
นางทิชา กล่าวอีกว่า ดังนั้น ผู้ใหญ่ที่อยู่ในทั้งระดับมหาวิทยาลัย ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ต้องส่งสัญญาณให้เห็นว่า น้องคนนี้ต้องไม่ถูกกดดัน ต้องไม่ถูกทำให้รู้สึกว่า น้องไม่มีที่ยืนที่ปลอดภัย เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล ต้องไม่ทำให้น้องไม่รู้สึกว่า การพูดความจริง ปกป้องผลประโยชน์ของคนยากจน ทำให้น้องเดือดร้อน จนไม่มีที่จะยืน เพราะถ้าทำแบบนี้ แปลว่า ประเทศนี้กำลังส่งสัญญาณให้กับคนที่ร้อนหนาวกับปัญหาของบ้านเมือง แทบจะอยู่ในหลืบในซอกหมด อย่าออกมา ซึ่งการส่งสัญญาณแบบนี้ เสียหายยับเยิน
“ผู้ใหญ่ต้องรีบออกมาพูด ออกมาปกป้อง พูดจนกระทั่งใครก็ตามที่จะรังแกน้อง ต้องถอย ไม่ใช่น้องต้องถอย อย่าปล่อยให้น้องโดดเดี่ยว เพราะน้องยังเด็กเกินไปที่มีพลังขนาดนั้น เป็นเรื่องของมหาวิทยาลัย ผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ และรัฐบาลที่จะต้องส่งสัญญาณ เป็นเกราะป้องกันให้น้อง อยากให้น้องปลอดภัย” นางทิชากล่าว และว่าขอเป็นกำลังใจให้น้อง อยากให้ภูมิใจ และรับรู้ว่า คนจำนวนมหาศาลชื่นชมและปลาบปลื้มกับการตัดสินใจของน้องในครั้งนี้
“การเปิดประเด็นของน้องคือการเปิดโมเมนตัมที่แรงมาก ซึ่งอันนี้คือคุณูปการ มันไม่ใช่เกิดเฉพาะจังหวัดเล็กๆที่น้องฝึกงาน แต่มันกระเพื่อมไปถึงจังหวัดอื่นๆ จนกระทั่งมองเห็นการคอรัปชั่นเชิงระบบที่ใหญ่มาก ตรงนี้ ขอคารวะ” นางทิชากล่าว

