หน้าแรก ในประเทศ หวิดรุมประชาท...

หวิดรุมประชาทัณฑ์ ทำแผนชายวัย34 ยิงหนุ่มวัยรุ่นดับ2ศพ เหตุเสียงดัง-เข้าใจว่านินทาตนเเละลูก

25.02.18 | 20:57 น.

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมาที่ สภ.กระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่น จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน


สำหรับเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.45 น.ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ เหล็กกล้า สารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกอาวุธปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน บริเวณหน้าร้านค้าขายของโชว์ห่วย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบก็พบว่า ผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คือ นายศุภพรพงษ์ รุ่งเรือง อายุ 25 ปี สภาพศพถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ใบหน้ากระสุนทะลุศีรษะ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกระทุ่มแบนไปก่อนหน้านี้ คือ นายกิตติพงษ์ ชมพูเพชร์ อายุ 24 ปี กระสุนเข้าจุดสำคัญทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา กับ นางสาวน.ส.ชลนิชา กันบัว อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่แพทย์ได้ให้การรักษาจนอาการปลอดภัยดีแล้ว ขณะที่คนร้ายคือ นายสิทธินันท์ นาคน้อย ซึ่งได้มาพักอาศัยอยู่กับพ่อที่ห้องเช่าฝั่งตรงข้ามกับร้านค้าฯ โดยหลังเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ หมายเลขทะเบียน บพจ 396 กรุงเทพ หลบหนีไป

ทั้งนี้ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ขอให้ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ออกหมายจับ ที่ จ.49/2561 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อนำตัว นายสิทธินันท์ นาคน้อย มาดำเนินคดีในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , พยายามฆ่าผู้อื่น , มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน” อีกทั้งยังได้ใช้วิธีการกดดันจับกุมตัว จนในที่สุดนายสิทธินันท์ฯ ผู้ต้องหา ทนหนีต่อไปไม่ไหว จึงได้ติดต่อมาทางนายกฤตวัฒน์ นาคน้อย อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของผู้ต้องหา และ นายสมนึก นาคน้อย บิดาของผู้ต้องหา เพื่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Advertisement

โดยให้ไปควบคุมตัวที่สถานที่แห่งหนึ่งใน อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี แล้วนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งก็ได้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และยอมรับแต่โดยดีว่า เป็นผู้ลงมือทำจริง แต่ทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ โดยต้องการชดใช้ความผิดในสิ่งที่กระทำลงไปต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้เสียชีวิตกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกันนี้ยังได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปค้นหาอาวุธปืนที่เอาไปซ่อนไว้ในท่อน้ำซีเมนต์ ริมถนนทางหลวงชนบทสุพรรณบุรี 4030 หมู่ที่ 3 ต.หนองราชวัตร อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี

นายกฤตวัฒน์ นาคน้อย น้องชายของผู้ต้องหาได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า หลังเกิดเหตุพี่ชายได้ขับรถจักรยานยนต์คันเก่าๆ หลบหนีไป แล้วพอตั้งสติได้ก็โทรศัพท์กลับมาหาตน เพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง โดยบอกว่า ก่อนเกิดเหตุนั้น พี่ชายมีอาการเครียดมากมาหลายเดือนแล้ว เกี่ยวกับเรื่องปัญหาครอบครัวและเรื่องส่วนตัว จึงลงไปนั่งสูบบุหรี่ข้างล่าง แล้วก็ได้ยินกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งดื่มสุราอยู่ที่ร้านค้าตรงข้ามกับห้องเช่าที่พี่ชายพักอาศัยอยู่ พูดคุยกันเสียงดัง

โดยเข้าใจว่า คนที่กลุ่มวัยรุ่นเหล่านั้นกำลังพูดถึงคือตัวของพี่ชายและลูกสาวของพี่ชาย จึงทำให้เกิดอาการเครียดหนักยิ่งขึ้น ก็เลยเดินข้ามฝั่งไปแล้วเอาอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติกขนาด .38 ที่พกติดตัวลงไปด้วยนั้น ยิงใส่เข้าไปในกลุ่มวัยรุ่น 3 นัด โดยไม่รู้ว่าทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งหลังจากก่อเหตุแล้วก็ได้ขับรถหลบหนีไปและพอมารู้ว่า มีคนเสียชีวิตถึง 2 คน จึงได้โทรศัพท์กลับมาหาพ่อกับน้องชายเพื่อจะบอกว่า ต้องการจะตายเพื่อชดใช้ความผิด เพราะถ้าไม่เลือกอย่างแรกคือฆ่าตัวตาย ก็ต้องเลือกอย่างที่สองคือ ยอมติดคุก

ดังนั้นทางบ้านจึงพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้ใจเย็นๆ และตั้งสติให้มากขึ้น พร้อมกับบอกให้กลับมาติดคุก ยอมรับผิดตามกฎหมายในสิ่งที่ทำลงไป เพื่อที่สักวันหนึ่งจะได้กลับมาเจอกันอีก จึงทำให้พี่ชายขอเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม และเข้าสู่ขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ส่วนทางบ้านจะไม่ยื่นเรื่องประกันตัวแต่อย่างใดทั้งสิ้น เนื่องจากต้องการให้พี่ชายชดใช้กรรมที่ก่อไว้ด้วยการับโทษทางกฎหมาย

ขณะที่บรรยากาศในช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุนั้น ก็ปรากฏว่า มีบรรดาญาติและเพื่อนๆ ของผู้เสียชีวิตกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนผู้ที่พักอาศัยอยู่แถวนั้น มารอดูการทำแผนฯ กันอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางความโกรธแค้นของเพื่อนๆ ผู้เสียชีวิตที่ยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งแม้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการเจรจาขอความร่วมมือก่อน เพื่อให้การทำแผนในครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี อีกทั้งยังระดมกำลังตำรวจทั้งโรงพักกระทุ่มแบน , ทหาร , สห.,ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัด กับ อาสาช่วยเจ้าพนักงานตำรวจ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 50 นาย มาช่วยกันสกัดกั้นผู้ที่จะเข้ามารุมทำร้ายผู้ต้องหา

แต่สุดท้ายเมื่อนำตัวผู้ต้องหาลงมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพียงแค่ไม่ถึง 5 นาทีนั้น ก็สู้แรงโกรธแค้นของญาติๆ กับเพื่อนๆ ผู้เสียชีวิตที่พยายามจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ไม่ได้ จึงต้องรีบนำผู้ต้องหากลับขึ้นรถ และช่วงจังหวะที่รถกำลังแล่นออกไปนั้น ก็มีวัยรุ่นคนหนึ่งเข้าไปทุบรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ทำให้หลายคนที่รออยู่รอบๆ วิ่งกรูตามไปทุบรถพร้อมกับตะโกนด่าสาปแช่งต่างๆ นานา จนทางพ่อกับลุงและปู่ของผู้เสียชีวิต ต้องตะโกนขอร้องให้ทุกคนอยู่ในความสงบ เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้ต้องหากลับมาทำแผนฯ อีกครั้ง แล้วจะได้มีหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้มากยิ่งขึ้น แต่ทางตำรวจฯ ก็ไม่สามารถนำกลับมาทำแผนรอบที่สองได้แล้ว เพราะเสี่ยงอันตรายเกินไป

ด้านพ่อของผู้เสียชีวิตบอกด้วยอารมณ์เสียใจ ปนโกรธแค้นว่า ตนเองต้องมาเสียลูกชายในวัยทำงานและกำลังจะบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เพียงเพราะแค่อารมณ์ชั่ววูบของผู้ต้องหาอย่างนั้นหรือ ซึ่งตนต้องการให้ตำรวจนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพอีกครั้ง และต้องการให้ลงโทษทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีโอกาสกลับมาก่อเหตุกับผู้บริสุทธิ์ในสังคมได้อีก