เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.ตร.) และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ผู้ควบคุมกำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. พจับกุมตัวนายซีวานยานา เฮเนรี สัญชาติยูกันดาและนางสาวชัญญาพิชญ์ วิศรี อายุ 33 ปี โดยกล่าวหาว่า ”ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนําออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” (มาตรา 269/5 อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 269/6 อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิด 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า มีผู้เสียหายหลายรายถูกคนร้ายหลอกลวงผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยคนร้ายแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้คนร้าย ต่อมาชุดสืบสวนทราบว่ามีคนร้ายซึ่งอยู่ในกลุ่มแก๊งหลอกลวงผู้เสียหายผ่านแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กโดยการแชตข้อความแสดงตนเป็นบุคคลอื่นจนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร และเมื่อหลอกลวงสำเร็จ คนร้ายจะทำหน้าที่ขับรถตระเวนกดเงินที่ได้จากการหลอกลวงตามตู้เอทีเอ็มต่างๆ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงวางแผนจับกุมผู้ต้องหา และจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางสำคัญ คือ สมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มของผู้อื่นจำนวนหลายใบ โดยพบมีเงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท จึงจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ร่วมกระทำรายอื่นนั้นอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป
อีกราย พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ แถลงคืนความเป็นธรรมให้ น.ส.พิริยา สมมูล อายุ 25 ปี ที่ถูกขโมยข้อมูลบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร รับโอนเงินจากผู้เสียหาย ที่ถูกกลุ่มโรแมนซ์สแกมหลอกหลวง ความเสียหาย 2,330,600 ล้านบาท ทำให้ถูกเนินคดีใน 8 ท้องที่มานานกว่า 2 ปี โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่า น.ส.พิริยา ถูกคนร้ายขโมยบัตรประชาชน ไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2559 บริเวณถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา จ.ชลบุรี และนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารต่างๆ 5 บัญชี กระทั่งรวบรวมหลักฐานพบว่าคนร้ายที่เกี่ยวข้องในคดีนี้มี 4 ราย คือ น.ส.ปวีณา สิงหวิบูลย์ น.ส.เจรติ สายสิน Mr.Simon Eko Ayuk และ Mr.Rasheed Olalekan Yusuf ชาวไนจีเรีย โดยพนักงานสอบสวออกหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และยังพบว่าผู้ต้องหา 3 ใน 4 คน เป็นกลุ่มคนร้ายชุดเดียวกับคดีของ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ที่ถูกจับกุมและคุมขังอยู่ในเรือนจำ ส่วนผู้ต้องหารายที่ 4 อยู่ระหว่างการหลบหนี จะสืบสวนจับกุมเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตำรวจจะเยียวยาช่วยเหลือ น.ส.พิริยา ในเรื่องคดีความทางอาญา ที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ให้ได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด ส่วนการฟ้องร้องทางแพ่งขึ้นอยู่กับน.ส.พิริยา ในการพิจารณาดำเนินการกับสถาบันการเงินอีกครั้ง อีกทั้งเห็นว่าธนาคารต่างๆต้องเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น และควรมีการตรวจสอบข้อมูลผู้นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารอย่างเข้มงวด

