อ.ธรณ์แจงเจ้าสัวเปรมชัยหลุดข้อทารุณสัตว์ เป็นเรื่องของกฎหมาย ด้านสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย ย้ำสัตว์ป่าคุ้มครองไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ เผยมีคนต้องการให้ กม.ดูแลสัตว์ทุกชนิด ไม่เว้นแม้แต่กิ้งกือ หนอน ปัดทำไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน
กรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้แจ้งข้อหารวมแล้ว 9 ข้อหา ส่วนการแจ้งข้อหาที่ 10 ข้อหาทารุณกรรมสัตว์นั้น มีการถอนแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ นั้น
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองอธิการคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การติดตามกรณีเสือดำเป็นเรื่องที่พวกเราต้องช่วยกัน แต่เราคงต้องตามให้ชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร การที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถอนแจ้งความข้อหาทารุณกรรมสัตว์ เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับตำรวจ เป็นอำนาจของผู้ฟ้อง คือเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ
นายธรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ เป็นกฎหมายใหม่ ยังมีการตีความเรื่องสัตว์ในธรรมชาติอยู่ในข่ายนี้หรือเปล่า เพราะเจตนาคือเพื่อคุ้มครองสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงไว้ เมื่อไม่แน่ใจในกรณีนี้ จึงมีการถอนแจ้งความ อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่แรงกว่าเยอะ คือ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีเจตนาในการดูแลสัตว์สงวนและสัตว์คุ้มครอง ทั้งในธรรมชาติและที่ถูกเลี้ยงไว้ เสือดำเป็นสัตว์คุ้มครองภายใต้ พ.ร.บ.นี้ ยังรวมถึงสัตว์อีก 2 ชนิดที่ถูกล่า คือ เก้งและไก่ฟ้าหลังเทา ไม่ได้มีการถอนแจ้งความในกรณีนี้แต่อย่างใด
“ในกรณีของหมีควาย-เสือดำ ติดคุก-ไม่ติดคุก เป็นเรื่องของกระบวนการตามกฎหมาย เมื่อผู้ต้องหาให้การยอมรับความผิด และไม่มีเงินประกันตัว ผู้ต้องหาก็ติดคุกจนกว่าศาลจะมีคำสั่งตัดสิน เมื่อผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ กรณีนายเปรมชัย ก็มีสิทธิประกันตัวตามที่กฎหมายกำหนด และหากไม่มารายงานตัวอยู่เรื่อยๆ ก็ย่อมได้รับโทษเป็นธรรมดา กระแสสังคมเป็นเรื่องดี แต่หากกระแสมีมากเกินไป คนทำงานบางครั้งอาจรู้สึกเหนื่อยหน่าย เราจึงควรติดตามกระแสด้วยเหตุและผลที่สามารถอธิบายได้” นายธรณ์กล่าว
ด้านนายสาธิต ปรัชญาอริยะกุล รักษาการเลขาธิการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) กล่าวว่า กรณีการล่า หรือการฆ่าสัตว์ป่าคุ้มครองไม่เข้ากฎหมายป้องกันการทารุณสัตว์ในขณะนี้ ก็เพราะตัวกฎหมายกำหนดนิยามไว้เฉพาะสัตว์เลี้ยง ดังนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องแง่เทคนิคของกฎหมาย จึงไม่ใช่เป็นเรื่องคนจน คนรวยอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าคนจนคนรวยก็อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
นายสาธิตกล่าวต่อว่า ส่วนสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาตินั้น คณะกรรมการได้ร่วมดำเนินการบัญญัติอยู่ มีการประชุมกันหลายครั้ง และมีการเสนอให้มีการคุ้มครองสัตว์ป่า ตามบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 โดยแบ่งเป็นรายชนิดและประเภท อาทิ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้เราได้ร่วมศึกษาอย่างรอบด้านมานานแล้ว ทั้งด้านกฎหมาย และด้านวิชาการ และแน่นอนว่าในอนาคตสัตว์ป่าคุ้มครองจะอยู่บทบัญญัติตามกฎหมายป้องกันการทารุณสัตว์ฯ ด้วย คาดว่าภายในเดือนหน้าหากคณะกรรมการเห็นชอบก็สามารถบังคับใช้ตามกฎหมายได้ทันที เพียงแต่ไม่สามารถดำเนินคดีย้อนหลังได้
รักษาการเลขาธิการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่ต้องการให้บัญญัติคุ้มครองสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งกิ้งกือ หนอน แมลง ด้วย ซึ่งถ้าบัญญัติอย่างนี้ยิ่งทำให้กฎหมายฉบับนี้ปฏิบัติไม่ได้ และลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากเกินไป

