จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อสั่งการของ พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบช.น. ระบุว่า ไปตรวจ สน.พบข้าราชการตำรวจแต่งกายไม่เรียบร้อย แต่งกายครึ่งท่อนใส่รองเท้าแตะ ใส่ทองเส้นใหญ่เดินอยู่บนสถานี ถือว่าไม่ให้เกียรติ ให้ผู้บังคับบัญชาไปดูด้วย ส.ต.ต.ใส่ทองเส้นใหญ่ มีฐานะดีมาจากไหน ให้สอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ฤชากรกล่าวชี้แจงว่า เรื่องที่สั่งการในที่ประชุมบริหารเอาไปถ่ายทอดผิดประเด็น จับแพะชนแกะ รวบข้อความเป็นคนละเรื่อง เพราะเรื่องดังกล่าวเกิดจากตนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล้วน่าจะจบใหม่ไม่นาน สอบถามแล้วมียศ ส.ต.ต. เป็นตำรวจชั้นประทวนใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เดินอยู่ที่ บช.น. ในเวลาราชการเท่านั้น แสดงถึงความไม่มีวินัย ไม่ให้เกียรติสถานที่ราชการ ส่วนการใส่สร้อยทองและสร้อยข้อมือทองคำเส้นใหญ่มาก ถือว่าไม่ถูกกาลเทศะ ไม่เหมาะสม เมื่อเอา 2 ประเด็นมารวมกัน จะเห็นว่าเป็นเพียงเรื่องความห่วงใยเรื่องความประพฤติเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น
พล.ต.ต.ฤชากรกล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวขอฝากผู้บังคับบัญชาในที่ประชุมบริหาร บช.น.ไปสอดส่องดูแลกันด้วย อีกประการหนึ่งข้อราชการที่ชอบส่งทางไลน์กัน บางข้อความกระทบถึงผู้อื่น ส่งต่อกันไปโดยผู้เกี่ยวข้อง ผู้บังคับบัญชาไม่ตรวจสอบ เกิดความเสียหาย เอามาวิพากษ์วิจารณ์กันแบบนี้ นับว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง ฝากฝ่ายอำนวยการพิจารณาหาแนวทางแก้ไขด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่เคยเอ่ยนามถึงหน่วยงานต้นสังกัดของตำรวจคนดังกล่าวเลยว่าสังกัดหน่วยใด ส่วนตัวได้เรียกผู้บังคับบัญชาระดับผู้กำกับการมาตำหนิแล้วเพื่อให้สอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ส่วนรวมเพียงยกมาเป็นอุทาหรณ์ให้ฟังกันเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาว่าร้ายนายตำรวจดังกล่าวแต่อย่างใด
รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อเท็จจริงคือเป็นเหตุการณ์ประชุมบริหารใน บช.น. ตามปกติจะต้องเป็นหน้าที่ของ บก.อก.บช.น.ดำเนินการพิมพ์รายงานการประชุม แต่ทาง บก.น.8 ดำเนินการจัดพิมพ์และส่งให้ตำรวจในสังกัดเอง โดยที่ผู้พิมพ์ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนว่าไปตรวจสถานีตำรวจแล้วตักเตือนว่ากล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งกายไม่เรียบร้อย ทั้งที่ข้อเท็จจริงนั้นปรากฏว่าเป็นการว่ากล่าวตักเตือนภายใน บช.น. เป็นการกำชับให้แต่งตัวเรียบร้อยระหว่างปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาในการสังเกตพฤติกรรมผู้ใต้บังคับบัญชาและแต่งตัวให้เหมาะสมในระหว่างเวลาปฏิบัติราชการ

