เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่หอประชุมชั้น 1 อาคารหอประชุม สำนักงาน กสทช. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.)นายพิชัยสุวรรณกิจบริหาร ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม น.ส.พูลศิรินิลกิจศรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม 2 น.ส.ชุลีกรสังข์รุ่ง สำนักการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม เข้าประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับการพิจารณาดำเนินการ ในกรณีที่เกี่ยวกับการอาศัยช่องทางสื่อสารบริการโทรคมนาคมไปใช้ในการหลอกลวงประชาชน
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี( ฝ่ายความมั่นคง )ตระหนักถึงความปลอดภัยของประชาชนและการทำงานของหน่วยที่รับผิดชอบ จึงมอบหมายให้ตนลงมากวนขัดและเฝ้าติดตามจับกุมบริษัทที่เช่าสัญญาณและให้บริษัทอื่นเช่าช่วงต่อถึงการเดินหน้าตรวจสอบบริษัทให้บริการโทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือระบบ VOIP (Voice over Internet Protocol) เป็นเทคโนโลยีใหม่
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่าสําหรับการสื่อสารทางโทรศัพท์ ไม่จําเป็นที่จะต้องใช้ชุมสายโทรศัพท์ก็สามารถโทรได้ทั่วโลก มีรายชื่อบริษัท ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ VOIP ที่มีผู้กระทำผิด มีจำนวน 7 บริษัท ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.พ.61) 1. คดีขู่วางระเบิดสนามบิน สน.ดอนเมือง จำนวน 2 บริษัท คือ1.บริษัท แพรคติเคิลเน็ตเวิร์ค จำกัด 2.บริษัท ไลฟ์ไทม์ เทคโนโลยี จำกัด , 2.คดี CALL CENTER จำนวน 5 บริษัท จำนวน 41 คดี ได้แก่ บริษัท เทคโนเวท โซลูชั่นส์ จำกัด จำนวน 5 คดี 2.บริษัท วัน-ทู-ออล จำกัด จำนวน 17 คดี บริษัท สวัสดีช้อป จำกัด จำนวน 16 คดี บริษัท จึไอเอส(ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 1คดี และ บริษัท ทู เอ พลัส จำกัด (ไม่มีใบอนุญาต) จำนวน 2 คดี


