เวลา 13.30 น.วันเดียวกัน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม.ลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำท่วมบริเวณซอยงามวงศ์วาน 43 เขตหลักสี่ พร้อมเปิดเผยว่า ฝนที่ตกตั้งแต่เวลา 20.00-03.00 น.วันที่ 27 กุมภาพันธ์ สามารถวัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 98 มิลลิเมตร (มม.) และมีความรุนแรง 108 มม.ต่อชั่วโมง โดยถนนงามวงศ์วาน บริเวณปากซอยชินเขตมีฝนตกหนักมากที่สุด

“ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก 1.ละแวกนี้มีซอยย่อยมาก ทำให้น้ำไหลมารวมกันบริเวณปากซอยชินเขต 2.กทม.อยู่ระหว่างนำเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่อง ที่ติดตั้งเมื่อปี 2560 ไปบำรุงรักษา ขณะที่ฝนตกติดตั้งเครื่องสูบน้ำไม่ทัน ส่วนนี้ กทม.จะเร่งดำเนินการและสั่งให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป และ 3.เนื่องจากหมู่บ้านบริเวณนี้ก่อสร้างมานาน เป็นระบบท่อระบายน้ำเก่าและมีขนาดเล็ก ในอนาคตจะปรับท่อใหม่ให้ใหญ่ขึ้น” นายจักกพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายจักรพันธุ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากบริเวณหมู่บ้านชินเขตต้องระบายน้ำลงสู่คลองบางเขนเป็นหลัก ปัจจุบัน กทม.อยู่ระหว่างเจรจากับหมู่บ้านในละแวกเพื่อระบายน้ำผ่านหมู่บ้านลงสู่คลองบางตลาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคลองย่อยก่อนน้ำจะไหลสู่คลองบางเขน โดยกทม.ได้ขอเจรจากับหมู่บ้านมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่ได้ผล ดังนั้น กทม.จะต้องการันตีว่าน้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้านจะไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน
“นอกจากนี้ กทม.อยู่ระหว่างดำเนินการแผนขุดลอกท่อระบายน้ำ คูคลองและเปิดน้ำไหล แบ่งเป็น 1.ถนนสายหลัก พื้นที่รับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ และ 2.พื้นที่ตรอกซอย รับผิดชอบโดยสำนักเขต ซึ่งจ้างเหมาเอกชนดำเนินการ เนื่องจากซอยชินเขตเป็นจุดวิกฤต ดังนั้น กทม.จะสั่งการให้ผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินการลอกท่อบริเวณนี้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์เช่นเดียวกัน ส่วนบริเวณอื่นที่ไม่ได้ว่าจ้างเอกชน จะระดมเจ้าหน้าที่ของสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตร่วมกันดำเนินการต่อไป จะเร่งรัดให้เสร็จก่อนเดือนพฤษภาคมนี้” นายจักกพันธุ์ กล่าวและว่า สำนักงานเขตหลักสี่และสำนักการระบายน้ำกำลังพิจารณาหาจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้มากกว่าปีที่แล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่คลองลาดตะโหนด ซึ่งเป็นคลองย่อยเช่นกัน หากสามารถดำเนินการได้ทั้งหมดตามแผน มั่นใจว่าระบายน้ำได้ดีขึ้น ยกเว้นกรณีที่ปริมาณน้ำฝนเกิน 60 ลูกบาศก์เมตร ต้องใช้เวลา

