เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน(คปค.) กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทางสำนักงานประกันสังคม(สปส.) โดย นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสปส. ที่ผลักดันร่างพ.ร.บ.เงินทดแทนที่ทำการแก้ไขฉบับใหม่ ซึ่งเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกจ้างส่วนราชการ ซึ่งเดิมไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ ทั้งๆที่เป็นคนทำงานเหมือนกัน โดยทราบว่าขณะนี้ได้เข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) พิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว เพื่อนำร่างฯเข้าสู่สนช.ก่อนตั้งคณะกรรมาธิการฯ เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งร่างพ.ร.บ.นี้จะมีประโยชน์มากแก่ลูกจ้างส่วนราชการ ซึ่งมีประมาณ 1 ล้านคน ประกอบด้วย ลูกจ้างรายปี ทำงานไปเรื่อยๆจนอายุ 60 ปีแต่ก็ไม่ได้สิทธิสวัสดิการอะไร และลูกจ้างตามภารกิจงาน เดิมเคยต่อสัญญา 4 ปี 1 ครั้ง ปัจจุบันเป็นสัญญาปีต่อปี รวมทั้งลูกจ้างเหมา ซึ่งลูกจ้างเหล่านี้เดิมไม่ได้สิทธิประโยชน์ในแง่หากเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงานก็จะไม่สามารถขอเงินทดแทนการหยุดงานได้
“กฎหมายเงินทดแทน จริงๆครอบคลุมลูกจ้างทั่วไปในส่วนเอกชนอยู่แล้ว เพียงแต่ร่างพ.ร.บ.ทดแทนฯ ฉบับแก้ไขได้เพิ่มอัตราเงินทดแทนการหยุดงานจากการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ ซึ่งเดิมลูกจ้างเอกชนที่หยุดงานจะได้อัตราร้อยละ 60 ของเงินเดือน แต่ร่างกฎหมายใหม่เพิ่มเป็นอัตราร้อยละ 70 ของเงินเดือน ที่สำคัญยังขยายสิทธิให้ลูกจ้างส่วนราชการที่มีประมาณ 1 ล้านคนด้วย ซึ่งยังขยายจำนวนวัน จากเดิมจะเบิกเงินทดแทนการหยุดงานได้ต้องตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป แต่ร่างฯใหม่ให้ 1 วันก็จะสามารถยื่นขอเงินทดแทนได้แล้ว” นายมนัส กล่าว และว่า นอกจากนี้ยังได้สิทธิทุพพลภาพถาวร กฎหมายเดิมให้เบิกเงินทดแทนได้ร้อยละ 60 เป็นเวลา 15 ปี แต่ร่างกฎหมายใหม่ให้เบิกได้มากกว่า 15 ปีขึ้นไป เพียงแต่ยังไม่ได้ระบุจำนวนวัน ซึ่งทางเครือข่ายฯ เสนอให้เบิกได้ตลอดชีวิตเหมือนกฎหมายประกันสังคม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่างพ.ร.บ.เงินทดแทนฯ แตกต่างจากกฎหมายเงินชดเชยการเลิกจ้างอย่างไร นายมนัส กล่าวว่า เป็นกฎหมายคนละฉบับ ซึ่งในส่วนของกฎหมายเงินชดเชยการเลิกจ้าง จะอยู่ในร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งปรับปรุงมาจาก พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างที่ทำงานเกิน 20 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยเลิกจ้าง 400 วัน จากเดิมสูงสุดแค่ 300 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานลงนามและเสนอเข้าครม.พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งกฎหมายเหล่านี้หากขับเคลื่อนได้สำเร็จ ถือเป็นสิทธิของคนทำงานทั้งรัฐและเอกชนจริงๆ


