ตุลาการผู้แถลงคดีเสนอองค์คณะถอนคำสั่งเลิกพาสปอร์ต”อ๋อย”

27.02.18 | 17:20 น.

ศาลปกครองสูงสุดนั่งพิจารณา”บัวแก้ว”อุทธรณ์เลิกพาสปอร์ต”อ๋อย”ไม่ชอบ เจ้าตัวโอดกว่า 3 ปีถูกลิดรอนสิทธิไปต่างประเทศ ด้านตุลาการผู้แถลงคดี เสนอองค์คณะพิพากษายืนเพิกถอนคำสั่งยกเลิก เหตุใช้ดุลยพินิจออกไม่ชอบ ไม่สอดคล้องข้อเท็จจริง แม้เป็นยามรัฐประหาร

เมื่อวันที่ 27กุมภาพันธ์ ที่ศาลปกครอง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองสูงสุดออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ยื่นฟ้องกระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมการกงสุล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีกระทรวงการต่างประเทศ มีคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทาง โดยอ้างว่านายจาตุรนต์ เป็นบุคคลที่มี่มีหมายจับและห้ามเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศยกเลิกการเพิกถอนพาสปอร์ตไปแล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 แต่กระทรวงการต่างประเทศยื่นอุทธรณ์ ในวันนี้ศาลปกครองสูงสุด ได้ให้คู่กรณีแถลงปิดคดี และตุลาการผู้แถลงคดีจะแถลงความเห็นส่วนตัวที่ไม่ได้มีผลต่อการวินิจฉัยขององค์คณะด้วย

นายจาตุรนต์ ให้สัมภาษณ์ ก่อนแถลงปิดคดีว่า การพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดครั้งนี้เป็นนัดสุดท้ายก่อนที่จะนัดอ่านคำพิพากษา ตนจะชี้ให้ศาลเห็นว่าการออกคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศยื่นอุทธรณ์โดยอ้างเรื่องสถานการณ์พิเศษ และหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความจริงแต่เป็นเพราะวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญและแสดงความเห็นทางการเมืองจึงถูกเพิกถอนหนังสือเดินทาง ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นเหตุตามกฎหมายที่จะเพิกถอนหนังสือเดินทางได้ ทำให้ตนไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศมาเกือบ 3 ปีแล้ว

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า หลังจากที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่าคำสั่งเพิกถอนหนังสือเดินทางไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศอ้างเหตุผลในการยื่นอุทธรณ์ว่า พร้อมจะเยียวยาความเสียหายโดยให้ตนไปยื่นขอหนังสือเดินทางใหม่ได้ ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะมีหนังสือเดินทางอยู่แล้วและต้องการได้รับคืน อีกทั้งการไปยื่นขอใหม่ก็ไม่ได้ทำให้คำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางไม่ชอบดังกล่าวสิ้นผลไป จึงเป็นเหตุที่ต้องมายื่นฟ้องคดี เพื่อให้ศาลพิพากษาว่าการออกคำสั่งเพิกถอนหนังสือเดินทางของกระทรวงการต่างประเทศไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกับที่ศาลปกครองกลางเคยพิพากษาไปก่อนหน้านี้

ด้านตุลาการผู้แถลงคดีได้แถลงว่า การห้ามเดินทางออกนอกประเทศตามคำสั่งของ คสช. และศาลทหารกรุงเทพไม่ใช่กรณีที่ห้ามแบบเด็ดขาด แต่สามารถเดินทางได้หากได้รับอนุญาต ดังนั้นชอบที่นายจาตุรนต์สามารถมีหนังสือเดินทางได้ ซึ่งการอธิบดีกรมการกงสุลจะมีคำสั่งใด ๆ ก็ต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่ ซึ่งนายจาตุรนต์ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ทุกครั้งตามที่ร้องขอ ดังนั้นการใช้ดุลยพินิจของอธิบดีกรมการกงสุลในการยกเลิกเพิกถอนหนังสือเดินทางของนายจาตุรนต์ จึงขัดแย้งกับสาระสำคัญ ทำให้เป็นการใช้ดุลยพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จะฟังได้ว่า เป็นการใช้ดุลยพินิจขณะรัฐประหารซึ่งมีสถานการณ์พิเศษต่างๆ แต่ก็ไม่มีกฎหมายใด ที่รองรับให้อธิบดีกรมการกงสุลใช้ดุลยพินิจแตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดได้ คำสั่งดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ สมควรที่ศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นให้เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมการกงสุล อย่างไรก็ตามศาลปกครองสูงสุดยังไม่ได้กำหนดวันอ่านคำพิพากษาดังกล่าว

Advertisement