เมื่อเวลา 19.00น.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพสิรินทราวาส มีพิธีสวดพระอภิธรรม พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค เป็นคืนที่ 2 โดยมีบุคคลในแวดวงการเมือง ตำรวจ ร่วมงานจำนวนมาก อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และครอบครัว พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.เหมจักร บุนนาค สวป.สน.ดินแดง บุตรชายพล.ต.อ.สล้าง ได้แจกจ่ายเอกสาร 3 หน้ากระดาษเอ4 ต่อสื่อมวลชน กล่าวว่า เอกสารแจกขึ้นตามเจตนารมณ์บิดา ที่ต้องการคัดค้านรางรถไฟขนาด 1เมตร และ ผลักดันการสร้างถนนออโต้บาห์น

ทั้งนี้เอกสาร เรื่องเจตจำนงของพลตำรวจเอก สล้าง บุนนาค ระบุว่า “พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ยอมสละชีวิตของท่านเพื่อนจุดประกายความคิดของปวงชนให้ร่วมมือกันผลักดันให้มีการแก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องระบบการขนส่งของประเทศ ความคิดความฝันของท่านยังแจ่มจรัสอยู่จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ส่วนที่ท่านตัดสินใจพุ่งร่างจากความสูง 7 ชั้น เพื่อให้เกิดแรงสะเทือนเลื่อนลั่นไปสู่สังคมและทั้งโลกว่าชายชาติอาชาไนยอย่างท่านยอมใช้หยดชีวิตสุดท้ายของท่าน เพื่อความมั่นคงของชาติและผลประโยชน์ของคนไทยทุกคนทั้งๆ ที่ท่านตระหนักดีว่าสิ่งที่ท่านทำจะสร้างความเศร้าโศกกับลูกหลานที่รักของท่านเพียงใด ท่านมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์และกรุ่นไปด้วยอุดมการณ์จนลมหายใจสุดท้ายหายเลือนไปจากร่าง ด้วยความหวังว่าแรงสะเทือนนี้จะมีผู้สืบสานความฝันของท่านให้เป็นจริงจากความรับรู้และความร่วมมือของปวงชนชาวไทย

“บรรพบุรุษของพล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ได้รับใช้แผ่นดินในงานด้านคมนาคมมาโดยตลอดตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่5 ความใฝ่รู้ในเรื่องนี้จึงฝังลึกในสายเลือดของท่านด้วยความภาคภูมิใจว่าไทยเป็นประเทศแรกในเอเชีย และเป็นประเทศที่6 ของโลกที่ใช้รางรถไฟมาตรฐานขนาด1.435เมตร และมีระบบการขนส่งแผนพัฒนาเส้นทางตรงตามแบบอย่างของเยอรมันทุกประการ
“พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ได้รับทุนจาก USOM เมื่อปี พ.ศ.2515 ให้ไปดูงานการแก้ไขปัญหาจราจรและระบบขนส่งมวลชน ซึ่งต้องพัฒนาควบคู่กันไปทั้งเมืองบริวารทางรถไฟ และถนนซึ่งไทยได้มีแบบแผนที่เป็นสากลตามมาตรฐานของเยอรมันอยู่แล้ว โดยเริ่มต้นจากการสร้างแบบแปลน (Master Plan) ที่มีเป้าประสงค์ชัดเจน มิใช่แปรเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล มีองค์กรบริหารองค์กรเดียวในการศึกษาวิเคราะห์ วางแผนโดยไม่จ้างที่ปรึกษาซ้ำซ้อน และเมื่อการดำเนินงานที่ไม่สอดคล้องกัน
“นับจากนั้นมาท่านได้ทุ่มทั้งกำลังกาย กำลังทรัพย์ส่วนตัวเพื่อนำเสนอแนวพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นสากล โดยรวบรวมนักวิชาการ วิศวกรที่มีประสบการณ์ทางด้านการคมนาคมให้มาช่วยกันทำการวิเคราะห์แก้ข้อผิดพลาด ขจัดข้อจำกัด เพื่อเปลี่ยนแผนการพัฒนาที่หลงทิศทาง จากการศึกษาที่มีข้อมูลผิดพลาด เพื่อนำมาสู่การจัดการบริการขนส่งมวลชนสาธารณะที่เป็นสากล เน้นการขนส่งระบบรางที่ถูกแช่แข็งมานานจากความเห็นแก่ตัวของนายทุนที่ทุ่มเทสร้างถนน เพื่อรองรับการค้ารถยนต์ซึ่งพุ่งสูงในยุคหลังสงครามเย็น และที่สำคัญยิ่งยวดคือการเปลี่ยนขนาดรางรถไฟทั่วประเทศจากรางแคบขนาด 1 เมตร (Meter Gauge) ให้เป็นขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standard Gauge)
“สรุปสิ่งที่ท่านใฝ่ฝัน ปรารถนาให้ไทยมีแผนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่เป็นสากล และท่านทุ่มเทตลอดค่อนชีวิตที่เหลือของท่านเพื่อสร้างความมั่นคงและมั่นคงให้ชาติ รวมทั้งสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางของประชาชนที่ถือเป็น Priority ของการพัฒนามี 2 ประการ ดังนี้ 1.ระงับการสร้างต่อรางขนาด 1 เมตร (Meter Gauge) รางขนาด 1 เมตร เป็นรางแคบล้าสมัย ด้อยเสถียรภาพและความปลอดภัย ปัจจุบันรางขนาดนี้เขาเลิกผลิตแล้ว การจัดซื้อรถไฟเพื่อใช้กับรางขนาดนี้ก็ยากลำบาก เพราะต้องผลิตตามคำสั่งค่าใช้จ่ายสูงเกินความจำเป็น การยังคงใช้รางแคบนี้จะทำให้ประเทศเชื่อมต่อกับใครไม่ได้ เพราะในระบบสากลเขาใช้ขนาดมาตรฐานกันทั้งนั้น
“อีกทั้งยังขัดแย้งกับพันธกรณีที่ไทยได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551 ในการร่วมมือของรัฐบาลรวม 28 ประเทศ ในเอเชียและยุโรปที่จะสร้างเครือข่ายทางรถไฟสาย Trans Asian ของสหประชาชาติระยะทาง 111,000 กิโลเมตร ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างราง 1.435 เมตร (Standard Gauge) เพื่อรองรับรถไฟสายคุนหมิง-สิงคโปร์ สายกลางผ่านทางลาว สายใหม่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ One Belt One Railway ที่พูดถึงในปัจจุบัน การคงไว้ซึ่งการสร้างรางแคบจะเป็นการสูญเปล่าอย่างน่าเสียดายยิ่ง
“2.ระงับโครงการรถไฟฟ้ายกระดับในเขตเมืองทุกสาย อารยประเทศไม่สร้างรถไฟฟ้ายกระดับในเมือง เพราะบดบังทัศนียภาพของเมือง เนื่องจากเป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตของผู้คน สร้างผลกระทบทางอากาศ สร้างมลภาวะทางสายตา และข้อสำคัญหากเกิดอัคคีภัยขึ้นจะดับไฟได้ลำบากมาก เพราะรถดับเพลิงวางฐานค้ำยันเข้าไปดับไฟไม่ได้เพราะติดทางรถไฟ ซ้ำยังเสียช่องทางจราจรถึง 2 ช่อง และเป็นการฝ่าฝืนมติ ครม.วันที่ 17 พฤษภาคม 2539 ที่กำหนดให้การก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่ชั้นในรัศมี 25 ตร.กม. และพื้นที่ชั้นนอกรัศมี 87 ตร.กม. “ต้องลงใต้ดิน”
“การดึงดันที่จะสร้างรถไฟฟ้ายกระดับ BTS ครั้งแรกเกิดขึ้นด้วยอภิสิทธิ์ทุกประการของกลุ่มอภิสิทธิ์ชนคนดี บริษัทธนายงใช้ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมแถลงข่าวว่ากรุงเทพฯ เป็นที่ลุ่ม ไม่เหมาะสมที่จะสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน และจะต้องใช้งบประมาณสูงมากแพงกว่ารถไฟยกระดับถึง 3 เท่า ทั้งๆ ที่ความจริงดินบ้านเราเป็นดินเหนียว หรือดินดาน (Hard Clay) อยู่ไม่ลึกมากนักระหว่าง 14-30 เมตร
ทำให้การขุดเจาะทำได้ง่าย ค่าก่อสร้างใกล้เคียงกับการสร้างรถไฟยกระดับ และในที่สุดบริษัทธนายงก็ได้รับสัมปทานไป แม้จะเป็นระยะทางเพียง 24 กิโลเมตรเท่านั้น แต่เป็นไข่แดงอยู่ที่สยามสแควร์ได้ประโยชน์จาก 4 เส้นทางหลัก ทั้งเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ช่วงต่อขยายนี้จะกลายเป็น Feeder ที่จะขนผู้โดยสารมาป้อนให้ทั้งเข้าและออกโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม
“พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค มีความวิตกกังวลกับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ผิดทิศผิดทาง ทำให้ไม่สามารถขจัดปัญหาจราจรได้ เพราะไม่มีการต่อเชื่อมในลักษณะ Door To Door แบบสากล เป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า มี Hidden Agenda ในการจัดทำแผนงานที่ทำไปเพื่อผลประโยชน์ของนายทุน และการสร้างสถานีบางซื่อให้เป็นศูนย์กลางระบบขนส่งเป็นการผิดหลักสากล ที่จะย้ายสถานีออกไปอยู่นอกเมืองหมดในอนาคตบางซื่อจะเป็นบริเวณที่มีสภาวะจราจรติดขัดแบบวงแหวนที่เลวร้ายที่สุด อีกทั้งการสร้าง Local Road บนไหล่ทางรถไฟจะเป็นการทำลายกิจการรถไฟอย่างถอนรากถอนโคนเพราะจะไม่มีที่ดินสร้างสถานีรถไฟ ที่จอดรถ และไม่สามารถขยายเส้นทางรถไฟในอนาคต จะสร้างได้ก็เพียงความมั่นคั่งให้แก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นายทุนเท่านั้น
“ประเทศไทยมีทำเลที่ตั้งที่เป็น Gateway ของโลก ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ อารยธรรมกำลังจะหวนกลับจากตะวันตกออกไปสู่ตะวันตก เรามีโอกาสทั้งทางด้านภูมิเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่จะวางยุทธศาสตร์ตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางตลาดโลก โดยพัฒนาทั้งระบบ Inventory ระบบ Distribution และระบบ Logistic เพื่อให้บริหารโลกด้านกระจายสินค้าเพื่อ Re-Export บรรดาเศรษฐทรัพย์ที่จะหลั่งไหลมาจากรัสเซียยุโรปตะวันออกผ่านจีนเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทย ขนส่งโดยระบบรางคู่ภาคใต้ แยกขนส่งได้ทั้งทางเรือและทางอากาศ ผ่านมหาสมุทรแปซิฟิค อินเดีย และแอตแลนติก เราแค่เก็บหัวคิวค่าเก็บรักษาและกระจายสินค้าเท่านั้นก็จะมีรายได้มหาศาลแล้ว
“พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ได้ทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจ เพื่อผลักดันให้ข้อเสนอของท่านในเปลี่ยนโครงการผู้รับเหมามาสู่การจัดการบริการขนส่งมวลชนสาธารณะที่เป็นสากล เพื่อความมั่นคั่งและมั่นคงของภูมิภาคท่านยอมแลกแม้ชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งความฝันของท่านที่จะสร้างอนาคตของชาติที่สามารถทำได้เพียงใช้ระบบการบริหารที่ฉลาด ทันสมัย และโปร่งใส หลีกเลี่ยงการใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า ซ้ำซ้อน เพียงเพื่อให้ผลประโยชน์ต่อกลุ่มทุนที่รวมตัวกัน แบ่งสรรปันส่วนอย่างไร้จิตสำนึก
“พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค เรียกร้องให้ผู้มีอำนาจทบทวนแผนงานทั้งหมดให้เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง ท่านดำเนินการในฐานะของคนไทยที่รักชาติคนหนึ่งที่ทนเห็นความหายนะที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย มิใช่ในฐานะของอดีตนายตำรวจ ท่านปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้คนไทยตาสว่าง ตระหนักในข้อผิดพลาดของการบริหารจัดการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ และร่วมกันแก้ไขข้อผิดพลาดเพื่อให้ประเทศของเราเจริญมั่งคั่งจากทรัพยากรของชาติที่บรรพบุรุษจัดสรรไว้ให้อย่างสมประโยชน์ของคนไทยทุกคน มิใช่สร้างความมั่งคั่งให้แก่กลุ่มนายทุนเดิมๆ เท่านั้น”เอกสารระบุ




