เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รองประธานสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีกรณีเจ้าของบ้านเลขที่ 37/208 ซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ อ้างเหตุเดือดร้อนจากการประกอบกิจการตลาดไม่ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้เรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ พิจารณาสรุปข้อเท็จจริงการขออนุญาตตั้งตลาด 5 แห่ง ประกอบด้วย ตลาดสวนหลวง ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดรุ่งวาณิชย์ ตลาดยิ่งนรา และตลาดร่มเหลือง โดยมีนายโครงการ เจียมจิรกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตประเวศ ผู้แทนจากสำนักการโยธา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ที่ศาลาว่าการ กทม.ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง
จากนั้น นายนิรันดร์ ให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นคณะกรรมการฯ ทราบว่าเขตประเวศได้ส่งหนังสือสั่งการให้ตลาดทั้ง 5 แห่ง ดำเนินการตามกฎหมายเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ขณะเดียวกัน ได้รับเอกสารจากสำนักการโยธา ซึ่งเป็นข้อมูลการอนุญาตก่อสร้างอาคารตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 จากนั้นเป็นอำนาจการอนุญาตจัดตั้งตลาดของเขตประเวศ โดยเขตก็ได้ส่งเอกสารให้คณะกรรมการฯ พร้อมระบุว่ามีหนังสือจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่ง น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ เจ้าของบ้าน เป็นผู้ร้องกรณีอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารและแก้ไขข้อบัญญัติ กทม.เอื้อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง จากนั้นเขตได้ไปชี้แจงและมีผลพิจารณายกคำร้อง อย่างไรก็ตาม จากเอกสารทั้งหมด คณะกรรมการฯ จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังมีเอกสารจากศาลส่วนหนึ่งเกี่ยวกับกรณีพิพาทดังกล่าว แบ่งเป็นคดีแดงและคดีดำ ต่อมาเขตได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด กระทั่งในปี 2559 ศาลปกครองมีคำพิพากษายกฟ้องคำตัดสินของศาลปกครองชั้นต้น ดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีใหม่
“ดังนั้น เรื่องข้อพิพาทว่าพื้นที่จะสามารถจัดตั้งได้หรือไม่ อยู่ระหว่างพิจารณาคดีของศาล นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้สอบถามไปยังศาลอุทธรณ์ปรากฎว่าได้มีหนังสือลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ให้ผู้ว่าฯ กทม.และผู้อำนวยเขต ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ไปชี้แจงในการไต่ศาลมูลฟ้อง ในวันที่ 2 มีนาคมนี้” นายนิรันดร์ กล่าวและว่า หาก ป.ป.ช.มีผลตัดสินกรณีนี้ก็จบ ส่วนของศาลยังไม่จบต้องแยกส่วน สำหรับข้อเท็จจริงเบื้องต้น จากเอกสารของทั้ง 5 ตลาด ต้องพิจารณาช่วงเวลาที่สำนักการโยธาให้อนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ผังเมืองฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ ก่อนที่จะอนุญาตให้เปิดใช้อาคารก็จะมีการตรวจสอบว่าสร้างถูกต้องตามแบบหรือไม่ ส่วนการขออนุญาตจัดตั้งตลาดนั้น ต้องดำเนินการขออนุญาตจากเขตตามอำนาจทางการปกครอง ซึ่งก็กำลังพิจารณาข้อมูลอยู่ว่า เขตประเวศรับมาดำเนินการเมื่อใด และดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ต้องขอเวลาให้คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาข้อมูลทั้งหมดก่อน
“การตรวจสอบข้อเท็จจริง คือ การตรวจสอบว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไรบ้าง แล้วก็สรุป ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปผลไม่ได้ จากการหารือร่วมกับคณะกรรมการได้มีมติร่วมกันว่าต้องขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 5 มีนาคมนี้ โดยจะทำหนังสือขอขยายระยะเวลาไปยัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ต่อไป” นายนิรันดร์ กล่าว
นอกจากนี้ นายนิรันดร์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ มีหน้าที่รวบรวมเอกสารข้อมูลข้างต้น ผลการตรวจสอบข้อเท็จ
จริงและภาพรวมทั้งหมด แต่ไม่รวมถึงการระบุรายชื่อผู้ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ก่อนส่งไปยังฝ่ายบริหารเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดที่ต่อไป หากการตรวจสอบข้อมูลในเอกสารพบว่า มีเจ้าหน้าที่ของ กทม.ที่เกี่ยวข้องมีความผิดชัดแจ้ง ฝ่ายบริหารสามารถตั้งคณะกรรมการสอบวินัยได้ แต่หากยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า การขยายเวลาตรวจสอบไม่ได้เป็นการยืดเวลาใช่หรือไม่ นายนิรันดร์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้ขยายเวลาเพื่ออยากยืดเยื้อใดๆ แต่เนื่องจากคณะกรรมการฯ ต้องพิจารณาเอกสารอย่างรอบคอบ เพราะมีรายละเอียดเอกสารมาก
ด้านนายนพดล ฉายปัญญา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กล่าวว่า พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ จะพิจารณาเฉพาะการขออนุญาตสร้างอาคาร เมื่อสร้างเสร็จต้องไปตรวจสอบว่าอาคารพาณิชย์ถูกต้องตามแบบหรือไม่ ส่วนการขออนุญาตจัดตั้งตลาดนั้น สำนักงานเขตประเวศเป็นผู้ดำเนินการ
ด้านตัวแทนตลาดสวนหลวง กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีการขออนุญาตจัดตั้งตลาดกับเขต แต่มีข้อติดขัดบางอย่าง อย่างไรก็ตาม เมื่อระบุว่า มีการตั้งตลาดไม่ถูกต้อง ก็พร้อมหยุดขาย แต่เพื่อไม่ให้ผู้ค้าเดือดร้อน ก็เร่งปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน แล้วจะยื่นขออนุญาตกับสำนักงานเขตอีกครั้ง

