เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รองโฆษก ตร.)เปิดเผยกรณีการจับกุมกลุ่มชาวรัสเซียลักลอบเปิดสอนการมีเซ็กส์จนมีผู้หลงเชื่อและเข้าเรียนหลักสูตร เหตุเกิดในท้องที่ สภ.เมืองพัทยา ว่าได้รับรายงานว่าเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งจากสายลับชาวต่างชาติว่าพวกตนถูกกลุ่มชาวรัสเซียหลอกลวงให้มาเข้าคอร์สอบรมการมีเซ็กส์ระดับสูงเพื่อให้ประทับใจแก่คู่รักแต่ต้องเสียค่าเรียนคนละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อจึงจ่ายเงินให้ แต่พบว่าคอร์สดังกล่าวไม่คุ้มค่าเรียนที่โฆษณาชวนเชื่อ และมีการไลฟ์สดผ่านโซเซียลมีเดียในลักษณะลามกอนาจาร ในบางคลิปวิดีโอระบุสถานที่เป็น Pattaya Thailand 2018 ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียงและได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ไปตรวจสอบ
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า ในวันเดียวกัน เวลา 20.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบห้องประชุมโรงแรมแห่งหนึ่งในอ.บางละมุง จว.ชลบุรี พบผู้ต้องหาชาวรัสเซียจำนวน 10 คนกำลังบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเพศอยู่ จึงได้จับกุมพร้อมตรวจยึดของกลางไว้ แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และพบว่ามีผู้ต้องหา 3 คนไม่มีหนังสือเดินทางและไม่เคยอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรมาก่อน ส่วนอีก1คนมีหนังสือเดินทางมาแสดงแต่ใบอนุญาตสิ้นสุด (overstay) จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบเพิ่มเติม นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา นำผู้ต้องหาทั้ง 10 คนฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา โดยศาลจังหวัดพัทยาให้ประกันตัว 6 คนแต่ถูกนำตัวไปกักกันไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองพัทยาเพื่อถอนหนังสือเดินทางเข้าประเทศหรือวีซ่า ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 คนศาลไม่ให้ประกันตัว ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
“คดีนี้ผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำผิดในประเทศไทยและทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เน้นย้ำนโยบายการป้องกันอาชญากรรมอย่างสม่ำเสมอ เน้นหนักด้านอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าว กวาดล้างคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยเฉพาะผู้หลบหนีเข้าเมือง บุคคลต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต หรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (OVERSTAY) ที่เข้ามากระทำความผิดในประเทศไทยอย่างเคร่งครัด หากมีการกระทำความผิดให้จับกุมได้ทุกคดีเพื่อสร้างความมั่นใจและเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและปกป้องภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศไทยไม่ให้เสียชื่อเสียงต่อไป

