ปลายฤดูหนาว พื้นที่เมืองอย่างกรุงเทพมหานคร ประสบปัญหาปริมาณฝุ่นขนาดเล็ก ทั้งแบบ 10 ไมครอน และเล็กล่าสุด 2.5 ไมครอน ฟุ้งกระจายปกคลุมทั้งกรุงเทพฯ
สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศปิด บวกกับปริมาณฝุ่นที่มาจากระบบการจราจร การขนส่ง ทำให้กรุงเทพฯกลายเป็นเมืองในหมอกอยู่หลายวัน
วิธีการแก้ปัญหาของชาวกรุงเพื่อลดปัญหาหมอกฝุ่นขนาดเล็ก คือ แต่ละพื้นที่แต่ละเขตระดมกำลัง ออกมาทำความความสะอาดถนน ลดปริมาณการฟุ้งกระจายของฝุ่น
ได้ผลในระดับหนึ่ง
ประกอบกับผลพลอยได้ที่มีหย่อมความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมา ปะทะกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากอ่าวไทย เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ปัญหาเมืองในหมอกฝุ่นจึงคลี่คลายลง
ส่วนปัญหาควันไฟจากการเผาป่าในพื้นที่ภาคเหนือที่ดูเหมือนเป็นปัญหาประจำฤดูกาล เมื่อคล้อยหลังฤดูหนาว ทุกคนก็ต้องทำใจยอมรับกับปัญหาควันไฟจากการลักลอบเผา
แต่ปัญหาที่ประชาชนภาคเหนือต้องเผชิญกับควันไฟปกคลุมบ้านเมืองนั้นหนักหนาสาหัสกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯมากนัก
หลายพื้นที่เป็นแอ่ง อยู่ในหุบเขา ควันไฟที่ฟุ้งกระจายออกมาไม่สามารถระบายถ่ายเทไปไหนได้ ในขณะที่ของเก่ามีอยู่ไปไหนไม่ได้ แต่ก็มีของใหม่เข้ามาสมทบอยู่เรื่อยๆ ตลอดช่วงฤดูร้อน
ข้อมูลจากสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ระบุว่า สถานการณ์หมอกควันไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนธันวาคม-เมษายนของทุกปี พบปัญหาหมอกควันไฟป่ามีอัตราเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองในพื้นที่จนส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
รวมทั้งทำให้เกิดความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน บดบังทัศนวิสัย และเป็นอุปสรรคในการคมนาคมและขนส่ง การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศป่าไม้ รวมทั้งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เป็นระบบเศรษฐกิจที่สำคัญของพื้นที่
ความรุนแรงของปัญหาควันไฟจากการเผานั้น ปรากฏชัดเจนในช่วงฤดูแล้ง คือ เดือนธันวาคม-เมษายนของทุกปี
ควันไฟที่เกิดขึ้นล้วนเกิดจากการกระทำของมนุษย์แทบทั้งสิ้น

โดยเฉพาะในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน และจังหวัดตาก ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันไฟป่าเป็นประจำทุกปี
จากสถิติหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 15 พฤษภาคม 2560 ตรวจพบจุดความร้อนสะสม หรือจุดฮอตสปอตจำนวน 18,601 จุด พบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 4,294 จุด คิดเป็นร้อยละ 23 ของจุดความร้อนสะสมทั้งหมด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 3,311 จุด คิดเป็นร้อยละ 18 ของจุดความร้อนสะสมทั้งหมด และพื้นที่เกษตรกรรม 10,996 จุด คิดเป็นร้อยละ 59 ของจุดความร้อนสะสมทั้งหมด
จุดความร้อนสะสมพบมากที่สุดที่ จ.ตาก 562 จุด จ.แม่ฮ่องสอน 506 จุด และเชียงใหม่ 396 จุด โดยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในการดูแลของกรมป่าไม้เกิดไฟป่า 1,126 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 37,714 ไร่ ส่วนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเกิดไฟป่า 91 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 420 ไร่ อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2556 พบว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 ถึง 24 กุมภาพันธ์ 2561 พบจุดความร้อนทั้งสิ้น 18,601 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 4,294 จุด คิดเป็นร้อยละ 23 ของจุดความร้อนทั้งหมด อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 3,311 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 18 อยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม 10,996 จุด คิดเป็นร้อยละ 59
ตั้งแต่ปี 2556-2560 เจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟป่าแล้วทั้งสิ้น 11,555 ครั้ง สูญเสียพื้นที่ป่าไปทั้งหมด 208,635 ไร่
เฉพาะปี 2560 ปีเดียวนั้น เราสูญเสียพื้นที่ป่าจากการจุดไฟเผาป่าทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามไปทั้งสิ้น 37,714 ไร่

นายอรรคพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ในปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2561 ตรวจพบจุดความร้อนสะสม 7,540 จุด พบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 1,139 จุด คิดเป็นร้อยละ 15 ของจุดความร้อนสะสมทั้งหมด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 580 จุด คิดเป็นร้อยละ 8 ของจุดความร้อนสะสมทั้งหมด และพื้นที่เกษตรกรรม 5,821 จุด คิดเป็นร้อยละ 77 ของจุดความร้อนสะสมทั้งหมด ซึ่งพบมากที่สุดในจังหวัดตาก 274 จุด จังหวัดเชียงใหม่ 168 จุด และจังหวัดเชียงราย 92 จุด
“ทส.ได้กำหนดยุทธศาสตร์และมาตรการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ ยุทธศาสตร์การป้องกันไฟป่าและหมอกควัน ยุทธศาสตร์การจัดการเชื้อเพลิง ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า และยุทธศาสตร์การดับไฟป่า พร้อมนำเทคโนโลยี 4.0 มาประยุกต์ใช้ในการป้องกันและควบคุมไฟป่า” นายอรรคพลกล่าว
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เพราะว่าสถานการณ์การลักลอบเผาป่าเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี อาจจะตั้งใจ ไม่ตั้งใจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เจ้าหน้าที่ได้บันทึกสถิติเก็บเอาไว้หมด บริเวณไหนเกิดบ่อย บริเวณไหนเกิดรุนแรงที่สุด จนได้มีการกำหนดจุดเสี่ยงมาก เสี่ยงน้อยเอาไว้
ล่าสุดได้ประสานกับทางสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) หรือจิสด้า ซึ่งมีข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่ที่มีการเผา สามารถส่งข้อมูลนั้นให้กับหน่วยที่เฝ้าระวังที่มอนิเตอร์ข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง
หน่วยก็จะแจ้งเตือนไปยังจุดที่อยู่ใกล้ที่สุดที่สามารถเข้าไประงับเหตุได้ภายในไม่เกิน 10-30 นาที ให้เข้าไปดับไฟ
อีกมาตรการหนึ่งที่กรมป่าไม้ตั้งขึ้นเพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงในป่า ลดปริมาณควันไฟ คือ ตั้งโครงการธนาคารกิ่งไม้ใบไม้ โดยกำหนดแนวทางในการส่งเสริมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับตำบลและประชาชนในพื้นที่รอบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติร่วมกันจัดตั้งกลุ่มธนาคารกิ่งไม้ใบไม้ โดยมีหน่วยงานกรมป่าไม้และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นศูนย์กลางในการแปรรูปวัตถุดิบ เช่น ปุ๋ย ถ่าน ฯลฯ จากเศษกิ่งไม้ใบไม้ในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรที่อยู่ติดกับพื้นที่ป่า
วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ที่มีปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

