วงเสวนาตีแผ่บุหรี่ไฟฟ้า ชี้สาเหตุหนึ่งก่อฝุ่นขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน

2.03.18 | 16:56 น.

เมื่อวันที่ 2  มีนาคม ที่โรงแรมเอเชีย นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวในการสัมมนาวิชาการ “ตีแผ่ความจริง บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายอย่างไร” ว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันพบแนวโน้มการแพร่หลายของบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้นโดยเฉพาะเยาวชน จากข้อมูลการสำรวจการบริโภคยาสูบในเยาวชนระดับโลก อายุ 13–15 ปี ในประเทศไทย ปี 2558 พบว่าการใช้หรือสูบบุหรี่ไฟฟ้า ร้อยละ 3.3 โดยเป็นเยาวชนชาย ร้อยละ 4.7 และเยาวชนหญิง ร้อยละ 1.9 และมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ามีความปลอดภัย ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกได้ประกาศเกี่ยวกับบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์หรือบุหรี่ไฟฟ้าว่าไม่ใช่อุปกรณ์หรือเครื่องมือสำหรับช่วยในการเลิกบุหรี่  และออกแถลงการณ์เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า เป็นห่วงถึงอันตรายทั้งผู้สูบและผู้ใกล้ชิด โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ เด็ก และผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าส่วนมากมีสารนิโคติน เยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงสามารถเสพติดได้ง่าย และเป็นอันตรายต่อการพัฒนาสมองของวัยรุ่น ทำลายสมาธิและการเรียนรู้

“เรื่องนี้ต้องแยกออกเป็น 2 อย่างเครื่องสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวเครื่องที่แน่นอนว่าไม่มีนิโคติน แต่เป็นเครื่องมือที่คนใช้จะเลือกหยิบสารตัวใดมาสูบก็ได้ นี่คือกลยุทธ์เอาเครื่องมือนำเพื่อให้เกิดการสูบ โชคดีที่กระทรวงพาณิชย์เห็นความสำคัญห้ามนำเข้าเครื่องมือดังกล่าว ส่วนนิโคตินนั้นมีกฎหมายยาสูบคอยดูแลอยู่แล้ว” นพ.ขจรศักดิ์ กล่าว

นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวว่า    นอกจากนี้ ที่อ้างว่านิโคตินเป็นศูนย์นั้นก็ไม่จริง พูดไม่หมด แต่ที่จริงคือ 0.03 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ซึ่งการได้รับนิโคตินในปริมาณน้อยไปเรื่อยก็เหมือนสะสม ราดน้ำมันไปเรื่อย จุดติดง่ายมาก ขอยืนยันว่านิโคตินเป็นสารอันตราย ไม่เคยเป็นมิตรกับร่างกาย รับเข้าไปเพียง 7 วินาทีก็เข้าไปที่สมองได้เลย กระตุ้นให้เกิดการอยากสูบไปเรื่อย ๆ มีการศึกษาพบร้อยละ 27 ที่ให้บุหรี่ไฟฟ้าหรือแม้แต่บุหรี่ปกติจะนำไปสู่การใช้สารเสพติดประเภทอื่นด้วย เพราะฉะนั้นบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยให้เลิกบุหรี่ แต่เพิ่มนักสูบหน้าใหม่มากกว่านี่คือสิ่งที่เรากลัวมากกว่า

พญ.ปานทิพย์ โชติเบจมาภรณ์ ผอ.สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กล่าวว่า สิ่งที่ธุรกิจพูดนั้นเป็นเพียงข้อมูลด้านเดียว 1 หรือ 2 ชุดจาก 100 ชุดข้อมูล และที่พูดอแกมาก็เพื่อส่งเสริมธุรกิจจากการศึกษาข้อมูลในต่างประเทศพบบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายต่อร่างกาย โดยมีสารนิโคตินทำให้เกิดการเสพติด ก่อมะเร็งปอด  มีสารกลุ่ม คาร์บอนนิลคอมพาวด์ ก่อโรคมะเร็งกระทบหัวใจและหลอดเลือดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเต้นของหัวใจหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง การปรับตัวของหัวใจการเสียหายของเซลล์หัวใจและส่งผลให้มีการเกาะตัวของเกล็ดเลือดอันเป็นสาเหตุของเส้นเลือดอุดตัน และควันจากบุหรี่ไฟฟ้าก่อฝุ่นละออกขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน