ปทส.รอผลทางการพิสูจน์งาช้างบ้าน’เปรมชัย’ ผบก.ลั่นหากผิดจริงแยกคดีจากสภ.ทองผาภูมิ

4.03.18 | 14:26 น.
ภาพจากแฟ้ม

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบงาช้างที่ตรวจยึดได้จากบ้านนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 4 กิ่ง หรือ 2 คู่ ว่า ทางพนักงานสอบจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการจากกรมอุทยานฯมาประกอบการพิจารณาก่อนว่าจะมีความเห็นทางคดีอย่างไร โดย บก.ปทส.จะเป็นผู้รับดำเนินคดีนี้เอง คดีนี้หากได้ผลตรวจเเละพยานหลักฐานอื่นๆ เเล้ว บก.ปทส.จะทำสำนวนพร้อมความเห็นตามพยานหลักฐาน คดีนี้เมื่อเราทำเองจะอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญา ถือว่าเป็นคนละส่วนกับคดีที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจบุรี เนื่องจากเหตุเกิดคนละที่กัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่าจะใช้ระยะเวลานานหรือไม่ พล.ต.ต.ปัญญากล่าวว่า จะต้องสอบถามผู้ตรวจพิสูจน์คือกรมอุทยานฯ เราเป็นพนักงานสอบสวนเเต่ที่ทราบมาคงใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ต้องรอดูผลเป็นทางการต่อไป เมื่อถามว่าหากผลทางการออกมาว่างาช้างดังกล่าวผิดกฎหมาย ปทส.จะเป็นผู้ดำเนินการเองใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ปัญญากล่าวว่า ใช่ จะต้องสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27กุมภาพันธ์ มีรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยว่า ทีมปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตรวจสอบสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) งาช้างที่ตรวจยึดได้จากบ้านนายเปรมชัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยพบว่าเป็นงาช้างแอฟริกาทั้ง 2 คู่ ถือว่ามีความผิดตาม มาตรา 19 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง โทษสูงสุดจำคุก 4 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ