เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ พร้อมผู้เสียหายกว่า 100 คน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. เพื่อเอาผิด น.ส.วรรณพา (สงวนนามสกุล) เจ้าของผลิตภัณฑ์ความงามหลายยี่ห้อ หลังถูกหลอกลวงให้ขายและลงทุนผลิตสินค้าไม่ได้คุณภาพ ทำให้เกิดความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยนำหลักฐานเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าและเอกสารต่างๆ มามอบให้เจ้าหน้าที่ประกอบการพิจารณาคดี

นายรณณรงค์เปิดเผยว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้รับสินค้าโดยตรงจากบริษัทไปขายต่อให้กับลูกค้ารายย่อย ทางบริษัทอ้างว่าสินค้าทุกตัวมีเลข อย.สามารถจำหน่ายได้ ต่อมาภายหลังมีผู้พบว่าเลข อย.ไม่ตรงกับเลขสินค้า ทำให้มีการตรวจสอบขยายผล พบว่าสินค้าส่วนใหญ่ถูกสวม อย. และมีการใช้เลข อย.ผิดประเภท รวมถึงการอ้างสถานที่ตั้งผลิตโรงงานที่ไม่มีอยู่จริง นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสารประกอบว่าจะมีการใช้สารต้องห้ามทาง อย.รวมอยู่ด้วย หลังจากนี้จะให้ อย.ตรวจสอบว่าเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้นถูกต้องหรือไม่

“ส่วนในวันนี้จะแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชนกับเจ้าของผลิตภัณฑ์และตัวแทนจำหน่าย โดยเมื่อวาน(5 มี.ค.) ทางบริษัทมีการเจรจาค่าเสียหาย แต่ไม่สามารถตกลงได้ พร้อมปัดตอบคำถามเรื่องสินค้าผ่าน อย.หรือไม่ บอกเพียงว่าสามารถขายได้ และไม่มีกำหนดในการคืนเงินกับผู้เสียหาย” นายรณณรงค์กล่าว
ด้าน น.ส.เกศกนก สนิทนาม อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ได้รับความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท ก่อนหน้านี้มีลูกค้าทักท้วงว่ามีการจดเลขทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เมื่อตรวจสอบพบว่าเลขทะเบียนไม่ตรงกัน เนื่องจากกลัวลูกค้าจะเสียหายจึงยุติการผลิต จำหน่าย และทวงถามไปยังผู้ผลิต แต่ทางผู้ผลิตอ้างให้เซ็นสัญญาที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพื่อรับเงินคืน แต่เนื่องจากไม่ไว้วางใจจึงไม่ดำเนินการเซ็น จึงรวมผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทวันนี้
อีกด้านหนึ่งผู้บริหารผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ขอยืนยันว่าสินค้าของบริษัทถูกต้องตามมาตรฐาน อย. แต่เนื่องจากความผิดพลาดของบรรจุภัณฑ์จึงทำให้เกิดความสงสัยกับผู้บริโภค นอกจากนี้ ทางบริษัทยังถูกเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่งเขียนโจมตีทำลายให้เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ดีทางบริษัทได้ตรวจสอบเพจดังกล่าวแล้วพบว่าผู้ก่อตั้งเพจเคยเป็นคู่ค้ารายใหญ่กับทางบริษัทที่ขัดแย้งกันส่วนตัวจึงไปก่อตั้งเพจดังกล่าวมาโจมตี โดยขณะนี้ทางบริษัทได้แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) แล้ว อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบหลักฐานต่างๆ เพื่อส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

